⛩️ ประตูสู่โลกของเทพเจ้าแห่งญี่ปุ่น เสาโทริอิ
จากตำนานโบราณ สู่สัญลักษณ์ที่คนทั่วโลกรู้จัก
ถ้าเราเคยเห็นภาพประเทศญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นศาลเจ้าท่ามกลางป่า ภูเขา หรือริมทะเล สิ่งหนึ่งที่มักปรากฏอยู่ในภาพเหล่านั้นคือ “เสาโทริอิ (Torii)” ประตูไม้หรือหินที่มีเสาสองต้นและคานพาดอยู่ด้านบน
แต่จริง ๆ แล้วโทริอิไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อความสวยงามเพียงอย่างเดียว เพราะในความเชื่อของศาสนาชินโต โทริอิคือ เส้นแบ่งระหว่างโลกของมนุษย์กับพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของเทพเจ้า หรือ Kami การเดินลอดผ่านโทริอิจึงมีความหมายมากกว่าการเดินผ่านประตูธรรมดา
⛩️ คำว่า “โทริอิ” แปลว่าอะไร?
คำว่า Torii (鳥居) เขียนด้วยตัวอักษรญี่ปุ่นสองตัว โดยตัวแรก 鳥 หมายถึง “นก” ส่วน 居 หมายถึง “อยู่” หรือ “ที่อยู่”
หนึ่งในทฤษฎีเกี่ยวกับที่มาของชื่อจึงตีความได้ประมาณว่า “ที่สำหรับนก”
เรื่องนี้เชื่อมโยงกับตำนานสำคัญของศาสนาชินโต นั่นคือเรื่องของ เทพีอามาเทราสึ (Amaterasu) เทพีแห่งดวงอาทิตย์ ผู้หลบเข้าไปในถ้ำจนโลกตกอยู่ในความมืด
เหล่าเทพจึงพยายามล่อให้อามาเทราสึออกจากถ้ำ และหนึ่งในเรื่องเล่าคือการนำไก่ขึ้นไปบนที่สูงเพื่อให้ส่งเสียงขัน เมื่ออามาเทราสึได้ยินเสียง เธอจึงออกมาจากถ้ำและนำแสงสว่างกลับคืนสู่โลก
ตำนานนี้เป็นหนึ่งในคำอธิบายเกี่ยวกับต้นกำเนิดของโทริอิ แต่ ไม่ได้มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ยืนยันว่าตำนานนี้คือจุดกำเนิดที่แท้จริงของโทริอิ เพราะต้นกำเนิดของโทริอิยังมีหลายทฤษฎี

🌿 จุดเริ่มต้นของโทริอิ มาจากไหนกันแน่?
เรื่องต้นกำเนิดของโทริอิยังเป็นประเด็นที่นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญถกเถียงกันอยู่
สำนักศาลเจ้าชินโตแห่งญี่ปุ่นระบุว่ามีทั้งแนวคิดที่เชื่อมโยงโทริอิกับตำนานอามาเทราสึ และทฤษฎีที่มองว่าแนวคิดเรื่องประตูศักดิ์สิทธิ์อาจได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมต่างถิ่นที่เข้ามาสู่ญี่ปุ่นในอดีต
ดังนั้น หากถามว่า “โทริอิอันแรกของโลกเกิดขึ้นเมื่อไหร่?” คำตอบที่ตรงที่สุดคือ เรายังไม่สามารถระบุปีหรือสถานที่กำเนิดได้อย่างแน่นอน
สิ่งที่เรารู้ชัดเจนกว่าคือ เมื่อระบบความเชื่อของชินโตพัฒนาขึ้น โทริอิก็กลายเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ใช้บอกว่า
พื้นที่หลังประตูคือเขตศักดิ์สิทธิ์

🚪 ทำไมต้องมีโทริอิอยู่หน้าศาลเจ้า?
ลองจินตนาการว่าเรากำลังเดินอยู่บนถนนธรรมดา แล้วตรงหน้าเป็นเสาโทริอิขนาดใหญ่
เมื่อเราเดินลอดผ่านเสานั้น เรากำลังเข้าสู่พื้นที่ที่ถือว่าเป็น ดินแดนของ Kami หรือเทพ/สิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อชินโต
ด้วยเหตุนี้จึงมีธรรมเนียมให้ผู้มาเยือน โค้งคำนับก่อนและหลังผ่านโทริอิ เพื่อแสดงความเคารพ และโดยทั่วไปจะหลีกเลี่ยงการเดินตรงกลางช่องประตู เพราะบริเวณตรงกลางถือเป็นทางของ Kami
จึงไม่น่าแปลกที่โทริอิจะถูกเรียกว่า “ประตูสู่พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์” แม้ในทางกายภาพมันจะไม่ได้มีบานประตูให้เปิดหรือปิดก็ตาม
แล้วทำไมโทริอิหลายแห่งถึงเป็นสีแดง?
เมื่อพูดถึงโทริอิ ภาพที่คนส่วนใหญ่นึกถึงมักเป็น สีแดงหรือสีแดงอมส้ม
โดยเฉพาะศาลเจ้าอินาริ (Inari) ที่มีโทริอิสีแดงเรียงต่อกันเป็นทางยาว ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในภาพจำของญี่ปุ่น
แต่ความจริงคือ โทริอิไม่ได้มีแค่สีแดง เพราะทั่วญี่ปุ่นมีโทริอิหลายรูปแบบและหลายวัสดุ ทั้งไม้ หิน และวัสดุอื่น ๆ รูปทรงเองก็แตกต่างกันไปตามศาลเจ้า
สำหรับศาลเจ้าอุสะ จิงกู (Usa Jingu) หน่วยงานท่องเที่ยวญี่ปุ่นอธิบายว่า สีแดงชาดของโทริอิในรูปแบบของศาลเจ้าแห่งนี้มีความหมายเกี่ยวกับการป้องกันสิ่งชั่วร้ายและเคราะห์ร้าย
ดังนั้น สีแดงที่เราเห็นจึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของความสวยงาม แต่ยังเกี่ยวข้องกับความเชื่อและธรรมเนียมของแต่ละศาลเจ้าอีกด้วย
⛩️ โทริอิมีกี่แบบ?
โทริอิไม่ได้มีรูปแบบเดียว
รูปแบบที่พบได้บ่อยมีทั้ง Shinmei Torii ที่คานด้านบนค่อนข้างตรง และ Myojin Torii ที่คานด้านบนมีลักษณะโค้งขึ้นบริเวณปลาย
นอกจากนี้ยังมีรูปแบบเฉพาะของแต่ละศาลเจ้าอีกมากมาย จนมีการจำแนกออกเป็นหลายสิบรูปแบบ
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเวลาเดินทางไปญี่ปุ่น เราอาจเห็นโทริอิที่หน้าตาไม่เหมือนกันเลย แม้จะทำหน้าที่คล้ายกันก็ตาม

🦊 ทำไม Fushimi Inari ถึงมีโทริอิเป็นพัน ๆ ต้น?
ถ้าพูดถึงโทริอิ ภาพที่โด่งดังที่สุดภาพหนึ่งคงหนีไม่พ้น Fushimi Inari Taisha ในเกียวโต
เส้นทางขึ้นภูเขาอินาริเต็มไปด้วยโทริอิสีส้มแดงเรียงต่อกันเป็นทางยาว จนเกิดเป็นอุโมงค์ที่เรียกว่า Senbon Torii หรือ “เสาโทริอิพันต้น”
แต่จริง ๆ แล้วตลอดภูเขามีโทริอิมากกว่านั้นมาก โดย JNTO ระบุว่ามีประมาณ 10,000 ต้น บนภูเขาอินาริ
โทริอิจำนวนมากถูกบริจาคโดยบริษัทและบุคคลทั่วไป เพื่อแสดงความศรัทธาต่อเทพอินาริ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเก็บเกี่ยว ความอุดมสมบูรณ์ และความสำเร็จทางธุรกิจ

🌊 และโทริอิที่ลอยอยู่กลางทะเล?
อีกหนึ่งภาพที่โด่งดังไม่แพ้กันคือ Otorii แห่งศาลเจ้า Itsukushima บนเกาะมิยาจิมะ
โทริอิขนาดใหญ่ตั้งอยู่ในทะเลด้านหน้าศาลเจ้า ทำให้เมื่อมองจากระยะไกลดูราวกับว่าประตูกำลังลอยอยู่บนผืนน้ำ
ศาลเจ้า Itsukushima มีประวัติยาวนาน และได้รับการพัฒนาให้เป็นศาสนสถานสำคัญในช่วงยุคเฮอัน ภายใต้การอุปถัมภ์ของ Taira no Kiyomori
ภาพของโทริอิที่อยู่ระหว่างทะเลกับท้องฟ้าจึงกลายเป็นหนึ่งในภาพสัญลักษณ์ของญี่ปุ่น และแสดงให้เห็นว่าโทริอิไม่ได้จำเป็นต้องตั้งอยู่บนพื้นดินเสมอไป

🏯 จากประตูศักดิ์สิทธิ์ สู่สัญลักษณ์ของญี่ปุ่น
จากจุดเริ่มต้นที่ยังไม่สามารถระบุได้แน่ชัด โทริอิได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของภูมิทัศน์ญี่ปุ่นอย่างแยกไม่ออก
เราเห็นมันอยู่ท่ามกลางป่า บนภูเขา ริมทะเล กลางเมือง หรือเรียงกันเป็นทางยาวนับพันต้น
แต่ไม่ว่าจะมีรูปร่าง สี หรือขนาดแตกต่างกันแค่ไหน ความหมายสำคัญยังคงเหมือนเดิม นั่นคือ การบอกเราว่า “จากตรงนี้ไป คือพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์”
บางทีสิ่งที่ทำให้โทริอิน่าหลงใหลจึงไม่ใช่เพียงรูปลักษณ์ที่สวยงาม แต่คือความหมายที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง
เพราะทุกครั้งที่เราเดินลอดผ่านโทริอิ เราไม่ได้เพียงแค่เดินผ่านประตูหนึ่งบาน แต่กำลังก้าวจาก โลกของชีวิตประจำวัน เข้าสู่พื้นที่แห่งความศรัทธาและเรื่องราวที่สืบทอดมายาวนานหลายร้อยปี ⛩️
✈️ สัมผัสญี่ปุ่นในอีกมุมกับ Image Holiday
สัมผัสเสน่ห์ของญี่ปุ่นในมุมที่แตกต่างกับ Image Holiday ผ่าน ทัวร์ญี่ปุ่น 5 ดาว ทัวร์ญี่ปุ่นพรีเมียม และทัวร์ญี่ปุ่นส่วนตัว พร้อมโปรแกรม ทัวร์ญี่ปุ่น ที่คัดสรรเส้นทางและประสบการณ์ให้เหมาะกับการเดินทางในแต่ละสไตล์
ไม่ว่าจะเป็น ทัวร์ญี่ปุ่นยอดนิยม ทัวร์ญี่ปุ่นเส้นทางพิเศษ หรือทัวร์ญี่ปุ่นแบบส่วนตัว เราใส่ใจในทุกรายละเอียด เพื่อให้ทุกการเดินทางมีความหมายมากกว่าการไปเที่ยวเพราะ ทัวร์ญี่ปุ่นที่ดี อาจไม่ใช่แค่การพาไปเห็นสถานที่สวย ๆ แต่คือการได้สัมผัสเรื่องราว วัฒนธรรม และประสบการณ์ที่อยู่เบื้องหลังสถานที่นั้น ๆ
#ImageHoliday #Japan #JapanTravel #Torii #ToriiGate #Shinto #FushimiInari #เที่ยวญี่ปุ่น #วัฒนธรรมญี่ปุ่น #ทัวร์ญี่ปุ่น #ทัวร์พรีเมียม
