เที่ยวเมืองแชงกรีล่า

Shangri-La เที่ยวเมืองแชงกรีล่าเมืองในฝันบนภูเขาหิมะที่มีอยู่จริงในยูนนาน

หากคุณกำลังมองหาปลายทางที่ผสมผสานทั้งธรรมชาติยิ่งใหญ่ วัฒนธรรมทิเบต และบรรยากาศสงบเหมือนหลุดออกมาจากนิยาย Shangri-La คือหนึ่งในจุดหมายที่โดดเด่นที่สุดในจีน และมักถูกรวมอยู่ในเส้นทางยอดนิยมของทัวร์จีน รวมถึงแพ็กเกจตามฤดูกาลอย่างทัวร์จีนสงกรานต์ ที่เหมาะกับการเที่ยวพื้นที่ภูเขาอากาศเย็น

ติดตามเรา

ติดต่อเรา

ภูมิศาสตร์และภูมิอากาศของเมืองแชงกรีล่า

เมืองแชงกรีล่า (Shangri-La / 香格里拉) ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของมณฑลยูนนาน ใกล้เขตปกครองตนเองทิเบต เป็นพื้นที่บนที่ราบสูงที่มีความสูงเฉลี่ยกว่า 3,000–3,200 เมตรจากระดับน้ำทะเล ภูมิประเทศของ เมืองแชงกรีล่า เต็มไปด้วย

  • เทือกเขาสูง
  • ทุ่งหญ้ากว้าง
  • ป่าสนและทะเลสาบน้ำใส

พื้นที่รอบเมืองยังรายล้อมด้วย ภูเขาหิมะแชงกรีล่า ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาหิมาลัยด้านตะวันออก ทำให้ทัศนียภาพของเมืองนี้มีเอกลักษณ์และแตกต่างจากเมืองท่องเที่ยวจีนทั่วไป

ลักษณะภูมิอากาศ

  • ฤดูร้อน: อากาศเย็นสบาย ไม่ร้อนจัด
  • ฤดูหนาว: อุณหภูมิต่ำและมีหิมะ
  • อากาศเบาบางกว่าพื้นที่ราบ นักท่องเที่ยวควรเผื่อเวลาปรับตัว

สิ่งเหล่านี้ทำให้การ เที่ยวแชงกรีล่า เหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบธรรมชาติภูเขาและต้องการหลีกหนีอากาศร้อนจากเมืองใหญ่

ตำนานและที่มาของชื่อ Shangri-La

คำว่า shangri la ปรากฏครั้งแรกในนวนิยาย Lost Horizon ปี 1933 ซึ่งเล่าเรื่องหุบเขาลึกลับที่ซ่อนอยู่ท่ามกลางภูเขาหิมาลัย สถานที่แห่งนี้ถูกบรรยายว่าเป็นดินแดนที่ผู้คนมีชีวิตสงบสุข อายุยืน และแยกตัวจากโลกภายนอก แนวคิดเรื่อง “สวรรค์บนดิน” นี้ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วทั่วโลก และในปี 2001 ทางการจีนจึงเปลี่ยนชื่อเมือง จงเตี้ยน เป็น เมืองแชงกรีล่า เพื่อสะท้อนภาพลักษณ์ของดินแดนในตำนาน และส่งเสริมการท่องเที่ยวในภูมิภาคยูนนาน นับแต่นั้นมา Shangri-La จึงกลายเป็นทั้งชื่อเมืองจริง และสัญลักษณ์ของสถานที่ในฝันที่ผู้คนอยากไปเยือนสักครั้งในชีวิต

10 สถานที่เที่ยวแชงกรีล่าที่ไม่ควรพลาด

1. วัดซงจ้านหลิน (Songzanlin Monastery)

วัดทิเบตที่ใหญ่ที่สุดในยูนนาน และเป็นศูนย์กลางศาสนาที่สำคัญของเมืองแชงกรีล่า โครงสร้างวัดตั้งอยู่บนเนินเขา มองเห็นวิวเมืองได้รอบด้าน

2. เมืองโบราณดู่เค่อจง (Dukezong Ancient Town)

เมืองเก่าอายุกว่า 1,300 ปี เต็มไปด้วยบ้านไม้แบบทิเบต ถนนหิน และกังหันมนต์ขนาดใหญ่ซึ่งเป็นแลนด์มาร์กสำคัญ

3. อุทยานแห่งชาติผู่ต๋าชั่ว (Pudacuo National Park)

พื้นที่ธรรมชาติที่ได้รับการอนุรักษ์อย่างดี มีทะเลสาบสีฟ้าใสและเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ เหมาะกับสายถ่ายภาพและคนรักธรรมชาติ

4. ทะเลสาบนาปาไห่ (Napa Lake)

ทะเลสาบที่เปลี่ยนสภาพตามฤดูกาล ช่วงฤดูใบไม้ร่วงจะกลายเป็นทุ่งหญ้ากว้างสุดสายตา

5. ภูเขาหิมะเหมยหลี่ (Meili Snow Mountain)

หนึ่งใน ภูเขาหิมะแชงกรีล่า ที่มีชื่อเสียงที่สุด และถือเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ในวัฒนธรรมทิเบต

6. วัดเฟยไหล (Feilai Temple)

จุดชมวิวหลักสำหรับชมยอดเขาเหมยหลี่ โดยเฉพาะช่วงพระอาทิตย์ขึ้นที่ยอดเขาจะสะท้อนแสงสีทอง

7. ช่องเขาเสือกระโจน (Tiger Leaping Gorge)

แคนยอนลึกขนาดใหญ่ เหมาะสำหรับนักเดินป่าและนักผจญภัย

8. หมู่บ้านทิเบตดั้งเดิม

การไปเยี่ยมหมู่บ้านท้องถิ่นช่วยให้เข้าใจวิถีชีวิต วัฒนธรรม และศาสนาของชาวทิเบตในเมืองแชงกรีล่า

9. ทุ่งหญ้าบนที่ราบสูง

บริเวณรอบเมืองมีทุ่งหญ้าที่ใช้เลี้ยงจามรีและม้า เป็นอีกหนึ่งภาพจำของการ เที่ยวแชงกรีล่า

10. แนวเทือกเขาหิมะรอบเมือง

วิวภูเขาหิมะที่ล้อมรอบทั้งเมืองคือเอกลักษณ์สำคัญที่ทำให้ Shangri-La แตกต่างจากเมืองท่องเที่ยวอื่น

ทำไม Shangri-La ถึงกลายเป็นจุดหมายในฝันของนักเดินทาง

สิ่งที่ทำให้ shangri la แตกต่างจากเมืองท่องเที่ยวทั่วไป คือการผสมกันของ 3 อย่าง:

  • ธรรมชาติระดับเทือกเขาหิมาลัย
  • วัฒนธรรมทิเบตที่ยังมีชีวิต
  • และเรื่องเล่าจากวรรณกรรมที่ทำให้สถานที่นี้มีมิติทางจินตนาการ

สำหรับนักท่องเที่ยวจำนวนมาก การมาเยือนที่นี่จึงไม่ใช่แค่การชมวิว แต่คือการเดินทางไปยังสถานที่ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นเพียงตำนาน

วางแผนเที่ยวแชงกรีล่าแบบสะดวกและปลอดภัย

การเดินทางไปยังพื้นที่สูงอย่างแชงกรีล่ามีรายละเอียดค่อนข้างมาก ทั้งเรื่องเส้นทาง อากาศ และการปรับตัวกับระดับความสูง นักเดินทางจำนวนมากจึงเลือกเดินทางกับบริษัททัวร์ หรือแพ็กเกจพิเศษอย่างทัวร์จีนส่วนตัว ที่มีประสบการณ์เส้นทางยูนนาน เพื่อให้สามารถเก็บสถานที่สำคัญได้ครบและลดความเสี่ยงจากการวางแผนเอง