ยิ่งรู้จัก ยิ่งรักไต้หวัน

 บทความท่องเที่ยวไต้หวัน เที่ยวไต้หวัน อาหารไต้หวัน โปรเเกรมไต้หวัน ทัวร์ไต้หวันพรีเมี่ยม มาตราฐาน 5 ดาว

ยิ่งรู้จัก ยิ่งรักไต้หวัน

ยิ่งรู้จัก ยิ่งรักไต้หวัน

ถ้าสิบปีที่แล้วมีใครชวนให้ไปเที่ยวไต้หวัน คงทำหน้างงๆ แล้วคิดในใจว่า ไม่เห็นรู้จัก รู้จักแต่ F4”

 

สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ วัดจงไถซาน เชื่อว่ากันว่าเป็น วัดที่ทันสมัยที่สุดในไต้หวัน เป็นสถานที่ของนักแสวงบุญ และยังเป็นมหาวิทยาลัยสงฆ์ ให้พระสงฆ์ได้ศึกษาธรรมะ เห็นการออกแบบอลังการงานสร้างขนาดนี้ก็เพราะเป็นคนเดียวกับที่ออกแบบตึกไทเป 101

 

ภายในวัดเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปหลายองค์ เช่น องค์เทพเจ้าสี่ทิศ องค์พระประธาน ความงดงามของเจดีย์ 7 ชั้น ที่ใช้ ไม้สักของพม่าสร้างสูง 21 เมตร แต่ละชั้นจะต้องมีพระพุทธเจ้าแต่ละองค์ประดิษฐานอยู่ ใช้เวลาสร้างกว่า 2 ปี

 

หลังจากสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำเมืองแล้ว ก็ได้เวลาพาเพลินไปกับการล่องเรือทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดใน ไต้หวันกันแล้ว ที่นี่ได้ชื่อว่าเป็นสวิสเซอร์แลนด์แห่งไต้หวัน บรรยากาศที่แสนโรแมนติกขนาดนี้ คนไต้หวันจึงนิยมมา ฮันนีมูนกันที่นี่ ชื่อที่คนไทยรู้จักก็คือ ทะเลสาบสุริยันจันทรา หรือ SUN MOON LAKE

ทะเลสาบสุริยันจันทรา หรือ SUN MOON LAKE ชื่อนี่ได้มาเพราะลักษณะทางภูมิศาสตร์ บริเวณกลาง ทะเลสาบมีเกาะลาหลู ซึ่งแบ่งทะเลออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนเหนือจะมีรูปเหมือนพระอาทิตย์ และส่วนใต้มีรูป เหมือนพระจันทร์นั่นเอง

 

ทะเลสาบที่นี่จะมีลักษณะเป็นแอ่งกระทะโอบ ล้อมด้วยภูเขา หากจะนั่งเรือชมทะเลสาบก็ซื้อตั๋วคนละ 245 TWD เป็นค่าตั๋วเรือและค่าอาหารเย็น เราขึ้นเรือกัน ที่ท่าเรือ SHUISHE ระหว่างทางจะหยุดให้เราแวะที่ท่า XUAN GUANG TEMPLE บอกเลยว่าน้ำทะเลบริเวณนี้เป็นสี เขียวมรกตจริงๆ

 

เมื่อแวะที่นี่เราก็ได้ขึ้นไปไหว้พระที่วัด SYUANGUANG วัดเก่าแก่ที่ เป็นที่ประดิษฐานของพระถังซัมจั๋ง สิ่งที่ไม่ควรพลาดหากมาเยือนวัดนี้ก็คือ การเขียนคำอธิฐานลงบนป้ายแล้วนำมาไปผูกไว้ อีกอย่างคือ ต้องชิมไข่ต้มใบชาและสมุนไพรจีน

 

จุดแวะพักต่อไปคือ ท่า ITA THAO ณ จุดนี้เป็นท่าเรือที่จะต้อง เดินผ่านหมู่บ้านเพื่อไปซื้อตั๋วเคเบิ้ลคาร์ที่ YOUTH ACTIVITY CENTER ถึงแม้จะกลัวความสูงแต่ก็ไม่หวั่น เพราะอยากเห็นความงดงามของไต้หวันจากมุมสูง เมื่อกระเช้าขึ้นไปจนสุดมองลงมาเหมือนอยู่บนสวรรค์เห็นภูเขาสุดลูกหูลูกตา หมอกสีขาวๆ สวยเกินคำบรรยายจริงๆ

 

ฝงเจี๋ยไนท์มาร์เก็ต เป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดใน เทองไถจง มาที่นี่ที่เดียวครบทุกอย่างที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นของกิน เสื้อผ้า แบรนด์ดังราคาถูก สินค้าแฟชั่น ละลานตา ตลาดแห่งนี้เปิดเป็นสวรรค์นักช้อปตั้งแต่ปี 1963 จนถึงปัจจุบันก็ยังได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว

 

คราวนี้เราเลือกพักโรงแรมสไตล์บูติกเล็กๆ CITY RESORT TAICHUNG เป็นโรงแรมที่ตกแต่งสไตล์จีนร่วมสมัย เดินเข้ามาตรงล็อบบี้ก็จะพบเก้าอี้โบราณ ราวกับหลุดเข้าไปในหนังจีน ภายในห้องพักยังตกแต่งให้มีกลิ่นอายของวันวานใน เซี่ยงไฮ้และความทันสมัยของเกาะไต้หวัน ได้ห้องบรรยากาศดีๆ และบริการที่ดี เยี่ยมขนาดนี้ถือเป็นการเริ่มต้นเดินทางที่ยอดเยี่ยม    

 

ได้เวลาออกเดินทางไปยังไทเปกันแล้ว ครั้งนี้เราเลือกนั่งรถไฟความเร็วสูงเพื่อย่นระยะเวลาการ เดินทางเพิ่มระยะเวลาการท่องเที่ยวไทเป เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในเกาะไต้หวัน อยู่ทางตอนเหนือของเกาะ จะว่าไปก็คล้ายกรุงเทพฯ มีทุกอย่างครบ ขาช้อปต้องไม่พลาดที่จะไปละลายทรัพย์กันที่ TAIPEI CITY HALL อยู่ในเขตซินยี่ ย่านนี้เป็นที่ตั้ง ของตึกไทเป 101, TAIPEI WORLD TRADE CENTER

 

ตึก TAIPEI 101 ไม่ได้เป็นแค่แหล่งช้อปปิ้งเท่านั้น ยังถือเป็นความภาคภูมิใจของคน ไต้หวัน มองจากภายนอกตัวอาคาร ได้แรงบันดาลใจมาจากเจดีย์ของจีน มีส่วนที่ยื่นออกมาทุกๆ 8 ชั้น อย่าคิดว่าเป็นแค่ดีไซน์เก๋ๆ การยื่นออกมาเช่นนี้ก็เพื่อความมั่นคงทางสถาปัตยกรรมด้วย และบังเอิญว่าเลข 8 ยังถือเป็นเลขมงคลของคนจีน แสดงถึงความร่ำรวย รุ่งเรือง โชคลาภ ส่วน บริเวณปลายยอดที่เห็นคล้ายๆ แสงไฟ เพราะตั้งใจทำให้เหมือนแสงเทียน สื่อถึงเสรีภาพนั่นเอง

แต่ก่อนตึกนี้เคยติดอันดับตุกที่สูงที่สุดในโลกมาแล้ว ก่อนจะถูกตึก BURJ KHALIFA ของ ดูไบแย่งตำแหน่งไป และที่ต้องชื่อว่า TAIPEI 101 ก็เพราะมีทั้งหมด 101 ชั้น และยังหมายถึง วันที่ 1 เดือน 1 เป็นวันที่ตึกนี้เปิดให้บริการ

แต่ถ้าอยากรู้รายละเอียดลึกกว่านี้ เดินเข้าไปเที่ยวในตึกรับรองครบทั้งข้อมูล ครบทุก มุมมอง 360 องศาเลยล่ะ ไปแล้วก็อย่าพลาดขึ้นไปยังชั้น 91 ชั้นนี้มีจุดให้ออกมายืนถ่ายรูปวิว เมือง สำหรับคนที่กลัวความสูงอย่าเสี่ยงจะดีกว่า ถึงจะปลอดภัยพันเปอร์เซนต์แต่อาจมีอาการขา สั่นได้ ถ้าอยู่จนถึงดึกตึกต่างๆ จะเปิดไฟกันสวยงามมาก

 

หลังจากชมความงดงามของเมืองหลวงบน วิวความสูงของตึกไทเป ตั้งใจว่าคืนนี้จะฝากท้องกันที่ ซื่อหลินไนท์มาร์เก็ต เป็นตลาดกลางคืนที่ใหญ่ที่สุดใน ไทเป แบ่งเป็น 2 โซนคือ ตลาดอาหารพื้นเมืองและ ตลาดคนเดิน ไปตลาดอาหารพื้นเมืองต้องลองชิม เต้าหู้เหม็น และชาไข่มุก บุกมาถิ่นกำเนิดบ้านเขาแล้ว จะไปลิ้มลองก็กะไรอยู่ แนะนำว่าเดินกินให้อิ่มก่อน แล้วค่อยไปเดินตลาดคนเดิน ละลานตาไปด้วยเสื้อผ้า รองเท้า ตุ๊กตา เครื่องประดับ รองเท้าบางแบรนด์ถูก กว่าไทย 20-30% เชียวล่ะ จะว่าไปเดินไปสักพักก็ รู้สึกเหมือนอยู่เยาวราช สำเพ็งยังไงยังนั้น หลังจากเดินกันจนเมื่อยกินกันจนอิ่มก็ได้เวลาเข้าที่พัก เก็บแรงไว้ ออกมาตะลุยไทเปวันรุ่งขึ้น

 

เช้าวันที่ 3 เราเลือกจะแวะไปสักการะวัดเก่าแก่ของไทเปนั่นก็คือ วัดหลงซาน อีกหนึ่งจุดหมายที่พลาดไม่ได้ของการมาเยือนไทเป วันนี้มีชื่อไทยเรียกง่ายว่า วัดมังกร เป็นวัดเก่าแก่ที่สุดในไทเป อายุอานาม 273 ปี สำหรับนักท่องเที่ยวอย่างเรา วัด นี้อาจเป็นแค่แหล่งท่องเที่ยวที่ควรมา แต่สำหรับชาวไต้หวันการมาสักการะเจ้าแม่กวนอิม การมากราบ ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เป็นเหมือนวัฒนธรรมอันยาวนานที่ นับถือสืบต่อกันมา ขณะที่เที่ยวชมวัดนี้ก็สงบเสงี่ยม วาจาและกิริยากันสักหน่อย ถ้าไม่ถนัดไหว้พระก็ เดิน ชมความงดงามของเสาศิลาที่แกะสลักสลวยลายมังกร เป็นอีกจุดไฮไลท์ที่นักท่องเที่ยวต้องเล็งกล้องเก็บภาพ มาอวดกัน แต่บอกไว้ก่อนว่ามีทั้งหมด 12 เสา จะเก็บทั้งทีต้องเก็บให้ครบ

 

จุดหมายต่อมาคือ พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติกู้กง แหล่งเก็บงานศิลปะและโบราณวัตถุล้ำค่าไว้มากถึง 6 แสน กว่าชิ้น อาทิ เครื่องสำริด เซรามิก หยก งานแกะสลัก ภาพเขียน หนังสือ เอกสารสำคัญๆ สมบัติเหล่านี้มาพร้อมกับ ท่านเจียง ไค เซ็ค และประชาชรกว่า 2 ล้านคน ในช่วงที่ต้อง ลี้ภัยจากจีนมาเกาะไต้หวัน ชิ้นที่ล้ำค่าที่สุดเห็นจะเป็น หยก ผักกาดขาว งานแกะสลักหยกสีขาวเขียวในก้อนเดียวกัน ถือเป็น หยกหายาก ใช้เป็นของหมั้นของคนในพระราชวังหลวง สมัยก่อน อีกชิ้นคือ หินเนื้อหมู เป็นหินทึบแสงแกะสลักโดย ช่างสมัยราชวงศ์ชิง ถ้ามอง หาของฝากที่นี่ก็มีของฝากที่เป็น สัญลักษณ์หยกผักกาดขาวทำออกมาหลายแบบ เป็นของฝาก ที่แฝงไว้ด้วยความเป็นสิริมงคล

 

ต่อจากนั้น เราก็ไปยังอนุสรณ์สถานเจียงไคเช็ค เป็นอนุสรณ์ที่สร้างเพื่อรำลึกถึง เจียง ไค เช็ค ประธานาธิบดี ของชาวไต้หวัน ตัวอาหารสูง 76 เมตร ทำจากหินอ่อนสีขาว หลังคาทำด้วยกระเบื้องสีน้ำเงิน สีสวนดอกไม้ บันไดขึ้นตัว อาคารนับได้ 89 ขั้น เพื่อให้เท่ากับอายุของเจียง ไค เช็ค แต่ ความยิ่งใหญ่อลังการของที่นี่ สร้างความประทับใจกันตั้งแต่ ประตูด้านหน้าดีไซน์ออกมาในแบบยุคราชวงศ์หมิง สูง 30 เมตร ถ้าโชคดีมาช่วงที่เขาจัดงานอาจจะมีภาพสวยๆ แปลกตากลับไป บริเวณลานกว้าง LIBERTY SQUARE จะใช้เป็นลานจัดกิจกรรม งานอีเวนท์ระดับชาติ บางทีก็มีคู่บ่าวสาวมาถ่ายรูปแต่งงาน

ระยะเวลา 3 วันกับการไปเที่ยวยังจุดสำคัญต่างๆ ของไต้หวันทำเอาเหนื่อยพอดู แต่ก็คุ้มเกินคุ้ม บางจุดก็ยังใช้เวลาน้อยเกินไป จนบอกกับตัวเองว่าต้องกลับมาอีกให้ได้และใช้เวลาในแต่ละที่ให้นานกว่านี้ เชื่อว่าต่อให้กลับมาอีกครั้งก็ จะได้พบเห็นความอัศจรรย์ที่ไม่เหมือนเคย บอกได้อย่างไม่อายเลยว่า ถึงแม้จะเป็นการมาไต้หวันครั้งแรก แต่ประเทศนี้ก็ทำเอาฉันตกหลุมรักเต็มเปา ฉันสัญญากับตัวเองว่า ต้องหาเวลามาเที่ยวไต้หวันให้ได้