ที่เที่ยวจีน ธรรมชาติ

50 ที่เที่ยวจีน ธรรมชาติสุดอลังการ รวมพิกัดสวยๆ ที่ต้องไปสักครั้ง

ใครว่าเมืองจีนมีดีแค่ตึกสูงหรือแหล่งช้อปปิ้ง? หากคุณลองเปิดใจดูก็จะรู้เลยว่าที่เที่ยวจีน ธรรมชาติสวยๆ นั้นมีเยอะมาก มีให้เลือกทั้งแบบยิ่งใหญ่ตระการตาหรือแบบเงียบสงบแต่งามราวกับภาพวาดในจินตนาการ หากคุณต้องการพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติและกำลังวางแผนการจองทัวร์จีนแบบเร่งเด่น หรือต้องการวางแผนจองทัวร์จีน ปีใหม่ล่วงหน้า แต่ยังไม่รู้ว่าจะไปเที่ยวที่ไหนดี วันนี้เรามี 50 พิกัดที่น่าสนใจมาฝากคุณครับ

ติดตามเรา

ติดต่อเรา

1. อุทยานแห่งชาติจางเจียเจี้ย (Zhangjiajie)

หากใครเป็นแฟนหนังเรื่อง Avatar แล้วล่ะก็ จะต้องร้องอ๋อแน่นอนครับ เพราะที่นี่คือแรงบันดาลใจของภูเขาฮัลเลลูยาห์ในเรื่อง จุดเด่นคือเสาหินทรายทรงแท่งเข็มที่ตั้งตระหง่านกว่า 3,000 ยอด ยิ่งวันไหนมีสายหมอกจางๆ พาดผ่าน จะดูเหมือนภูเขาลอยได้จริงๆ และที่นี่ก็มีลิฟต์กลางแจ้งที่สูงที่สุดในโลกอย่าง ลิฟต์แก้วไป่หลง ที่ช่วยให้เราขึ้นไปชมวิวได้อย่างจุใจแบบพาโนรามาด้วย บอกเลยว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวจีนธรรมชาติที่ต้องมาสัมผัสความยิ่งใหญ่ด้วยตาตัวเองสักครั้ง

  • ช่วงเวลาที่น่าไป: กันยายน – พฤศจิกายน (ใบไม้เปลี่ยนสี อากาศเย็นสบาย)
  • ช่วงเวลาเปิด-ปิด: 07:30 – 18:00 น.
  • พิกัดการเดินทาง: นั่งเครื่องบินมาลงที่สนามบินจางเจียเจี้ย แล้วต่อรถบัสประจำทางเข้าสู่อุทยาน

2. หุบเขาจิ่วจ้ายโกว (Jiuzhaigou)

ถ้าจางเจียเจี้ยคือที่สุดของภูเขา จิ่วจ้ายโกวก็คือที่สุดของทะเลสาบจนได้รับฉายาว่า “สวรรค์บนดิน” เลยทีเดียว จุดเด่นคือทะเลสาบใสราวกับกระจกที่สะท้อนภาพภูเขาและป่าเปลี่ยนสีได้แบบคมชัด 100% ใครที่เป็นสายถ่ายรูปธรรมชาติรับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอน เพราะน้ำในทะเลสาบมีถึง 5 เฉดสีในสระเดียว ซึ่งเกิดจากแร่ธาตุและสาหร่ายใต้พื้นน้ำ ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวจีนสวยๆ ที่สายช่างภาพต้องมาเช็คอินให้ได้สักครั้ง รับรองว่าได้ภาพสวยๆ เพียบเลย

  • ช่วงเวลาที่น่าไป: ตุลาคม (เป็นช่วงที่ใบไม้เปลี่ยนสี)
  • ช่วงเวลาเปิด-ปิด: 08:00 – 17:00 น.
  • พิกัดการเดินทาง: นั่งรถไฟความเร็วสูงจากเฉิงตูมาลงสถานีจิ่วจ้ายโกว หรือบินมาลงสนามบินจิ่วหวง

3. ภูเขาสี่ดรุณี (Siguniangshan)

ถ้าอยากเห็นวิวสไตล์สวิตเซอร์แลนด์แต่ไม่อยากบินไปยุโรป ต้องมาที่นี่ครับ สี่ดรุณี เป็นชื่อที่มาจากยอดเขา 4 ลูกเรียงตัวกันเหมือนพี่น้องสาวฝ้ายสวยงาม จุดเด่นอยู่ที่ทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ มีลำธารตัดผ่าน แบ็คกราวด์เป็นยอดเขาหิมะแหลมสูง เหมาะสำหรับการเดินเทรคกิ้งสูดอากาศบริสุทธิ์เป็นอย่างมาก

  • ช่วงเวลาที่น่าไป: มิถุนายน – สิงหาคม (ทุ่งหญ้าเขียวขจี) หรือ ตุลาคม (ใบไม้เปลี่ยนสี)
  • ช่วงเวลาเปิด-ปิด: 08:00 – 17:00 น.
  • พิกัดการเดินทาง: ส่วนใหญ่นิยมเช่ารถตู้หรือนั่งรถบัสจากเมืองเฉิงตู ใช้เวลาประมาณ 4-5 ชั่วโมง

4. อุทยานแห่งชาติย่าติง (Yading Nature Reserve)

สำหรับสายลุยแล้ว ที่นี่คือ “แชงกรีล่า” หรือจุดหมายสุดท้ายที่นักเดินทางใฝ่ฝันอยากไปเห็นด้วยตาตัวเองสักครั้งในชีวิต ไฮไลท์อยู่ที่ความสวยงามของยอดเขาศักดิ์สิทธิ์ 3 ลูกและทะเลสาบน้ำแข็งสีน้ำเงินเข้มที่ตั้งสูงเกือบ 5,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล บอกเลยว่าถ่ายรูปมุมไหนก็สวย ต่อให้ถ่ายจนเมมฯ เต็มแล้วก็ยังไม่พอใจ เพียงแต่การมาที่นี่ให้สนุกนั้นคุณอาจจะต้องฟิตร่างกายมาสักหน่อย เพราะอากาศบางเบาในระดับหนึ่ง แต่แลกกับวิวหลักล้านที่อยู่ตรงหน้าแล้ว ถือว่าคุ้มค่าและเป็นที่เที่ยวในจีนสวยๆ ที่ทรงพลังที่สุดแห่งหนึ่งเลยก็ว่าได้

  • ช่วงเวลาที่น่าไป: กันยายน – ตุลาคม (อากาศกำลังดี ใบไม้เปลี่ยนสีสวยมาก)
  • ช่วงเวลาเปิด-ปิด: 07:00 – 17:30 น.
  • พิกัดการเดินทาง: นั่งเครื่องบินลงที่สนามบินเต้าเฉิงย่าติง หรือนั่งรถบัสต่อมาจากลี่เจียงหรือแชงกรีล่า

5. เขาหวงซาน (Huangshan)

เคยได้ยินคำกล่าวของคนจีนไหมว่า “ขึ้นหวงซานแล้ว ไม่ต้องไปเขาไหนอีก” ประโยคนี้ไม่เกินจริงเลย เพราะที่นี่เต็มไปด้วยความงดงามของภูเขาจีนไว้ครบจบในที่เดียว จุดเด่นคือต้นสนรูปทรงประหลาดที่ขึ้นตามหน้าผาคู่กับทะเลหมอกหนานุ่มเหมือนปุยเมฆ ใครชอบเสพงานศิลป์บนท้องฟ้าต้องหลงรักที่นี่แน่นอน สำคัญไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาดคือ สนต้อนรับแขกที่กิ่งก้านยื่นออกมาได้ดึงดูดสายตามากๆ จะถ่ายรูปมุมไหนก็ดูแกรนด์ ดูแพง เหมือนหลุดออกมาจากภาพวาดพู่กันจีนยังไงยังงั้นเลย

  • ช่วงเวลาที่น่าไป: เที่ยวได้ตลอดปี (หน้าหนาวจะมีหิมะเกาะต้นไม้สวยเป็นพิเศษ)
  • ช่วงเวลาเปิด-ปิด: 06:00 – 17:30 น.
  • พิกัดการเดินทาง: นั่งรถไฟความเร็วสูงมาลงสถานี Huangshan North แล้วต่อรถบัสนำเที่ยวเข้าอุทยาน

6. นาขั้นบันไดหลงจี๋ (Longji Rice Terraces)

หากใครนึกถึงสันหลังของมังกรไม่ออก ต้องลองมาเยือนที่นี่สักครั้ง เพราะที่นี่มีการทำนาข้าวแบบขั้นบันไดที่ลดหลั่นกันตามไหล่เขาสูงชัน ดูสวยงามแปลกตาในเวลาเดียวกัน และที่น่าสนใจคือวิวที่นี่จะเปลี่ยนสีไปตามฤดูกาล ส่วนหน้าน้ำจะเป็นกระจกสะท้อนฟ้า พอเข้าหน้าหนาวจะกลายเป็นนาหิมะขาวโพลน และถ้ามาช่วงหน้าเก็บเกี่ยวคุณจะเห็นว่าทั้งภูเขาจะกลายเป็นสีทองอร่ามที่สวยแบบไม่สามารถบรรยายเป็นคำพูดออกมาได้ ถือเป็นพิกัดเที่ยวจีนธรรมชาติที่แสดงถึงความวิริยะอุตสาหะของมนุษย์ได้อย่างน่าอัศจรรย์

  • ช่วงเวลาที่น่าไป: พฤษภาคม (ช่วงสะท้อนน้ำ) หรือ กันยายน – ตุลาคม (ทุ่งรวงทอง)
  • ช่วงเวลาเปิด-ปิด: เปิด 24 ชั่วโมง (แต่รถบัสอุทยานมีเวลาจำกัด)
  • พิกัดการเดินทาง: นั่งรถบัสจากเมืองกุ้ยหลิน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2-3 ชั่วโมง

7. แม่น้ำหลีเจียง (Li River)

เคยเห็นภาพภูเขาสวยๆ บนแบงก์ 20 หยวนไหมครับ? ภาพที่คุณเห็นนั้นก็ถ่ายมาจากจุดชมวิวของที่นี่เลย สำหรับกิจกรรม Signature ของที่นี่คือการล่องเรือชมวิวสองฝั่งน้ำที่เต็มไปด้วยภูเขาหน้าตาแปลกๆ สอดรับกับวิถีชีวิตชาวประมงจีนโบราณได้อย่างลงตัว บอกเลยว่าบรรยากาศโรแมนติกและคลาสสิกมากๆ เหมือนกำลังหลุดเข้าไปอยู่ในม้วนภาพวาดจีนที่เห็นในพิพิธภัณฑ์เลยจริงๆ

  • ช่วงเวลาที่น่าไป: เมษายน – ตุลาคม (ช่วงที่น้ำเยอะ เห็นวิวชัดเจน)
  • ช่วงเวลาเปิด-ปิด: รอบเรือเริ่มตั้งแต่ 08:00 – 15:00 น.
  • พิกัดการเดินทาง: นั่งรถบัสจากกุ้ยหลินไปยังท่าเรือ Zhujiang เพื่อเริ่มล่องเรือ

8. อุทยานหลุมฟ้า 3 สะพานสวรรค์ (Three Natural Bridges)

หากคุณเคยตื่นตาตื่นใจกับฉากอลังการในหนังเรื่อง Transformers: Age of Extinction ที่นี่แหละครับคือสถานที่ถ่ายทำจริง ความมหัศจรรย์ของที่นี่คือธรรมชาติที่สร้างสะพานหินขนาดขนาดยักษ์เชื่อมต่อกับหลุมยุบขนาดใหญ่เอาไว้ถึง 3 แห่ง เมื่อคุณเดินลงไปถึงก้นหลุม คุณจะพบกับโรงเตี้ยมโบราณที่ตั้งอยู่โดดเดี่ยวท่ามกลางหุบเขาสูงชัน ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นจอมยุทธ์กำลังซุ่มทำภารกิจลับอยู่เลย 

  • ช่วงเวลาที่น่าไป: กันยายน – พฤศจิกายน (อากาศเย็นสบาย เดินได้สบายๆ)
  • ช่วงเวลาเปิด-ปิด: 09:00 – 17:00 น.
  • พิกัดการเดินทาง: จากฉงชิ่งให้นั่งรถไฟหรือรถบัสมาลงที่เมืองอู่หลง แล้วต่อรถบัสอุทยาน

9. ภูเขาหิมะมังกรหยก (Jade Dragon Snow Mountain)

ที่นี่ถือเป็นแลนด์มาร์คของเมืองลี่เจียงที่คุณไม่ควรพลาด ความตื่นตาที่คุณจะได้รับเมื่อมาที่นี่คือการยืนอยู่บนยอดเขาสูงเสียดฟ้าที่มีหิมะปกคลุมตลอดทั้งปี ดูเหมือนมังกรหยกสีขาวตัวมหึมาที่นอนพาดตัวอยู่บนก้อนเมฆ การได้นั่งกระเช้าไต่ระดับความสูงขึ้นไปถึง 4,506 เมตร เพื่อสัมผัสอากาศที่หนาวเย็นและมองเห็นธารน้ำแข็งอายุนับหมื่นปีแบบใกล้ชิด คือประสบการณ์ที่ครั้งหนึ่งในชีวิตนักเดินทางไม่ควรพลาดจริงๆ

  • ช่วงเวลาที่น่าไป: พฤศจิกายน – พฤษภาคม (ช่วงที่หิมะบนยอดเขาหนาและขาวโพลนที่สุด)
  • ช่วงเวลาเปิด-ปิด: 08:00 – 18:00 น.
  • พิกัดการเดินทาง: นั่งรถบัสสายพิเศษจากตัวเมืองลี่เจียง ใช้เวลาประมาณ 45 นาทีถึงตีนเขา

10. อุทยานป่าหินงามซือหลิน (Shilin Stone Forest)

เคยจินตนาการไหมครับว่าถ้าต้นไม้ในป่ากลายเป็นหินทั้งหมดจะเป็นยังไง? ป่าหินแห่งนี้คือคำตอบ ที่นี่คือผลงานชิ้นเอกของธรรมชาติที่ใช้เวลากว่า 270 ล้านปีในการกัดเซาะหินปูนจนกลายเป็นเสาทรงแปลกตาตั้งตระหง่านอยู่เต็มพื้นที่ ที่นี่เคยเป็นสถานที่ถ่ายทำซีรีส์ไซอิ๋วเวอร์ชันดั้งเดิมที่คนไทยคุ้นเคยกันดี ใครชอบที่เที่ยวที่มีกลิ่นอายประวัติศาสตร์โลกและดูขลังแบบไม่ซ้ำใคร ต้องแวะมาเช็กอินที่นี่ให้ได้เลย

  • ช่วงเวลาที่น่าไป: มีนาคม – ตุลาคม (ช่วงที่ท้องฟ้าใสจะช่วยให้ป่าหินดูเด่นขึ้น)
  • ช่วงเวลาเปิด-ปิด: 07:30 – 18:30 น.
  • พิกัดการเดินทาง: นั่งรถไฟความเร็วสูงจากคุนหมิงไปลงสถานี Shilin West แล้วต่อรถบัสท้องถิ่น

11. หุบเขาสายรุ้งจางเย่ (Zhangye Danxia)

นี่คือความมหัศจรรย์ทางธรณีวิทยาที่ดูเหมือนธรรมชาติเทสีลงบนภูเขาแบบไม่ยั้งมือ ภูเขาที่นี่มีริ้วสีพาสเทลสลับไปมาอย่างชัดเจน ทั้งแดง ส้ม เหลือง และเขียว ซึ่งเกิดจากการทับซ้อนของหินทรายและแร่ธาตุมานานนับล้านปี ถ้าอยากเห็นสีสันที่สดใสที่สุด แนะนำให้มาในช่วงหลังฝนตกใหม่ๆ หรือช่วงพระอาทิตย์ใกล้ตกดิน เพราะแสงแดดจะช่วยขับสีบนเขานี้ให้สวยสดเหมือนภาพวาดสไตล์ Colorful Art เลยครับ

  • ช่วงเวลาที่น่าไป: มิถุนายน – กันยายน (ช่วงที่มีแสงแดดจัดจะเห็นสีภูเขาชัดเจน)
  • ช่วงเวลาเปิด-ปิด: 05:30 – 19:00 น.
  • พิกัดการเดินทาง: นั่งรถไฟความเร็วสูงมาลงสถานี Zhangye West แล้วต่อรถบัสนำเที่ยวของอุทยาน

12. ทุ่งหญ้าฮูหลุนเป้ยเอ่อร์ (Hulunbuir Grassland)

ถ้าคุณรู้สึกว่าชีวิตในเมืองมันอึดอัดเกินไป ลองมานอนเอกเขนกในทุ่งหญ้าที่กว้างใหญ่ที่สุดในจีนแห่งนี้ดูครับ ภาพของทุ่งหญ้าสีเขียวที่ราบเรียบไปจนจรดขอบฟ้า มีเพียงฝูงแกะและม้าเดินเล็มหญ้าอยู่ภายใต้ท้องฟ้าที่ดูสดใส ช่วยผ่อนคลายความเหนื่อยล้าของคุณได้เป็นอย่างดี สำหรับไฮไลท์ของที่นี่คือการได้ลองใช้ชีวิตแบบชาวมองโกล นอนในกระโจม นั่งดูดาวที่ส่องสว่างเต็มท้องฟ้าในตอนกลางคืน ถือเป็นการชาร์จแบตให้ร่างกายได้อย่างคุ้มค่ากว่าที่ไหนๆ แน่นอน

  • ช่วงเวลาที่น่าไป: มิถุนายน – สิงหาคม (ทุ่งหญ้าจะเขียวชอุ่ม อากาศเย็นสบาย)
  • ช่วงเวลาเปิด-ปิด: พื้นที่เปิดสาธารณะตลอด 24 ชั่วโมง
  • พิกัดการเดินทาง: บินมาลงที่สนามบิน Hailar แล้วเช่ารถพร้อมคนขับเพื่อเที่ยวชมจุดต่างๆ

13. ทะเลสาบชิงไห่ (Qinghai Lake)

ความสวยงามของทะเลสาบน้ำเค็มที่ใหญ่ที่สุดในจีนแห่งนี้ อยู่ที่ความลงตัวครับ คุณจะได้เห็นผืนน้ำสีน้ำเงินเข้มข้นตัดกับสีเหลืองสดของทุ่งดอกมัสตาร์ดบานสะพรั่งอยู่ริมฝั่งในช่วงฤดูร้อน บรรยากาศรอบๆ จะเงียบสงบ มีเพียงลมเย็นพัดผ่านตลอดเวลา เหมาะสำหรับการปั่นจักรยานรับลมหรือเดินทอดน่องช้าๆ เพื่อซึมซับบรรยากาศที่แสนจะพรีเมียมนี้ ให้ความรู้สึกสโลว์ไลฟ์ได้เป็นอย่างดี

  • ช่วงเวลาที่น่าไป: กรกฎาคม – สิงหาคม (เป็นช่วงเดียวที่ดอกมัสตาร์ดจะบานพร้อมกัน)
  • ช่วงเวลาเปิด-ปิด: 08:00 – 18:00 น.
  • พิกัดการเดินทาง: นั่งรถไฟความเร็วสูงมาลงเมืองซีหนิง แล้วเช่ารถหรือนั่งรถบัสท่องเที่ยวต่อ

14. ทะเลสาบคานาส (Kanas Lake)

นี่คือพิกัดลับทางตอนเหนือสุดที่คนจีนยกให้เป็นดินแดนที่สวยที่สุดในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ทะเลสาบแห่งนี้ซ่อนตัวอยู่ในป่าสนไซบีเรีย น้ำในทะเลสาบจะเปลี่ยนสีไปตามฤดูกาล ตั้งแต่มรกตไปจนถึงฟ้าเข้ม ยิ่งในช่วงเดือนกันยายนที่ต้นสนและต้นเบิร์ชรอบทะเลสาบพร้อมใจกันเปลี่ยนเป็นสีทองอร่าม บอกเลยว่าบรรยากาศจะดูนิ่งสงบเหมือนคุณกำลังเดินอยู่ในฉากนิยายคลาสสิกของรัสเซียเลย

  • ช่วงเวลาที่น่าไป: กันยายน (ช่วงป่าเปลี่ยนสีเป็นสีทองถือเป็นที่สุดของที่นี่)
  • ช่วงเวลาเปิด-ปิด: 08:30 – 19:30 น.
  • พิกัดการเดินทาง: บินลงสนามบินคานาส หรือนั่งรถไฟลงสถานี Beitun แล้วต่อรถบัสประจำทาง

15. หุบเขาพระจันทร์สีเงิน (Blue Moon Valley)

ใครที่มีแพลนไปลี่เจียง ต้องปักหมุดที่นี่ไว้ในลิสต์ลำดับต้นๆ เลยครับ เพราะน้ำในหุบเขาแห่งนี้มีสีฟ้าครามใสราวกับคริสตัลที่ไหลลดหลั่นลงมาตามชั้นหินปูนสีขาว มีฉากหลังเป็นความยิ่งใหญ่ของภูเขาหิมะมังกรหยก ความสวยของที่นี่จะออกแนวละมุนตาและดูสงบนิ่ง แนะนำว่าให้ลองยืนอยู่นิ่งๆ สักพัก ฟังเสียงน้ำไหลและมองยอดเขาหิมะที่สะท้อนลงบนผิวน้ำ รับรองว่าความสวยระดับนี้จะทำให้คุณลืมความเหนื่อยล้าไปจนหมดเลยครับ ถือเป็นหนึ่งในที่เที่ยวจีนสวยๆ ที่ทั้งละมุนตาและสะกดใจมากจริงๆ

  • ช่วงเวลาที่น่าไป: พฤศจิกายน – เมษายน (น้ำจะใสที่สุดและสีฟ้าเข้มชัดเจน)
  • ช่วงเวลาเปิด-ปิด: 08:00 – 18:00 น.
  • พิกัดการเดินทาง: อยู่ในพื้นที่อุทยานภูเขาหิมะมังกรหยก สามารถนั่งรถบัสรับ-ส่งของอุทยานมาลงที่หุบเขา

16. ทะเลสาบพระจันทร์เสี้ยว (Crescent Moon Lake)

ใครจะเชื่อว่าท่ามกลางทะเลทรายที่แห้งแล้ง จะมีโอเอซิสรูปทรงพระจันทร์เสี้ยวซ่อนตัวอยู่ได้นานนับพันปี ทะเลสาบแห่งนี้ถือเป็นความมหัศจรรย์ที่ดูแพงแบบตะวันออกกลาง ซึ่งหาดูได้ยากมากในฝั่งเอเชีย จุดเด่นที่นี่คือผืนน้ำสีใสที่รายล้อมไปด้วยเนินทรายสูงตระหง่าน ไฮไลท์คือการรอชมพระอาทิตย์ตกดินที่จะเปลี่ยนทั้งทะเลทรายให้กลายเป็นสีทอง บอกเลยว่าภาพที่อยู่ตรงหน้าสวยสง่า ทรงพลังมาก เหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในนิทานอาหรับราตรีในเวอร์ชันจีนเลย

  • ช่วงเวลาที่น่าไป: พฤษภาคม – ตุลาคม
  • ช่วงเวลาเปิด-ปิด: 07:30 – 19:30 น.
  • พิกัดการเดินทาง: นั่งรถประจำทางหรือแท็กซี่จากตัวเมืองตุนหวงไปเพียง 5 กิโลเมตร

17. อุทยานแห่งชาติจิ่วเว่ยกู่ (Jiweigou)

ถ้าคุณชอบจิ่วจ้ายโกว แต่ไม่ชอบความวุ่นวายของผู้คน ที่นี่คือเพชรเม็ดงามที่คนไทยหลายคนยังไม่รู้จัก จุดเด่นคือเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่โอบล้อมไปด้วยป่าเปลี่ยนเป็นสีแดงส้มทั่วทั้งหุบเขาในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัวสุดๆ ถ่ายรูปมุมไหนก็ดูละมุน ดูแพงแบบไม่ต้องแย่งมุมกับใคร เป็นพิกัดพักใจที่สายธรรมชาติที่รักความสงบต้องหลงรักแน่นอน

  • ช่วงเวลาที่น่าไป: กลางเดือนตุลาคม – ต้นพฤศจิกายน
  • ช่วงเวลาเปิด-ปิด: 08:00 – 17:00 น.
  • พิกัดการเดินทาง: นิยมเช่ารถจากตัวเมืองเฉิงตู หรือนั่งรถบัสประจำทางมุ่งหน้าสู่เขตลี่เสี้ยน

18. อุทยานแห่งชาติปู่ต๋าชั่ว (Pudacuo National Park)

ที่นี่คืออุทยานแห่งชาติแห่งแรกของจีนที่จัดระดับความสวยงามไว้ได้แบบไร้ที่ติ จุดเด่นคือพื้นที่ชุ่มน้ำและทะเลสาบขนาดใหญ่ที่ใสราวกับคริสตัล ท่ามกลางป่าสนโบราณที่อุดมสมบูรณ์มาก ไฮไลท์คือการเดินบนสะพานไม้เลียบทะเลสาบสูดอากาศบริสุทธิ์ให้เต็มปอด เป็นมู้ดการเที่ยวที่ดูดีและสงบเงียบ ได้ฟีลลูกคุณหนูมาเดินเล่นท่ามกลางป่าในยุโรปเลย

  • ช่วงเวลาที่น่าไป: มิถุนายน (ดอกไม้บาน) หรือ ตุลาคม (ใบไม้เปลี่ยนสี)
  • ช่วงเวลาเปิด-ปิด: 08:00 – 16:00 น.
  • พิกัดการเดินทาง: นั่งรถบัสจากตัวเมืองเก่าแชงกรีล่า ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30-40 นาที

19. ทุ่งหญ้าหลี่ถัง (Litang)

ถ้าคุณอยากรู้ว่าเมืองบนฟ้าหน้าตาเป็นยังไง ต้องพาตัวเองมาที่นี่ให้ได้เลย ด้วยความสูงเกือบ 4,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ใกล้ก้อนเมฆมากกว่าใครในโลก จุดเด่นไม่ใช่แค่ทุ่งหญ้ากว้างสุดสายตา แต่คือวิถีชีวิตชาวทิเบตที่เรียบง่าย ท่ามกลางกลิ่นอายของวัฒนธรรมที่เข้มข้น ใครที่ทำงานหนักมาทั้งปีแล้วอยากรีเซ็ตตัวเองด้วยการปล่อยเวลาให้เดินช้าลงพร้อมสูดอากาศบริสุทธิ์แบบเต็มปอด รับรองว่าที่นี่ช่วยฮีลใจคุณได้ดีกว่าการนอนพักอยู่บ้านเฉยๆ อย่างแน่นอน

  • ช่วงเวลาที่น่าไป: มิถุนายน – สิงหาคม
  • ช่วงเวลาเปิด-ปิด: พื้นที่เปิดสาธารณะตลอด 24 ชั่วโมง
  • พิกัดการเดินทาง: นั่งรถบัสหรือเช่ารถจากเมืองคังติ้ง มุ่งหน้าสู่ทิศตะวันตกครับ

20. ป่าหูหยาง (Populus Euphratica)

ที่นี่คือบทพิสูจน์ของความความอดทนของธรรมชาติได้เป็นอย่างดี เพราะต้นหูหยางขึ้นชื่อว่า “พันปีไม่ตาย ตายพันปีไม่ล้ม ล้มพันปีไม่เน่า” จุดเด่นคือป่าโบราณที่แปรสภาพเป็นสีทองอร่ามตัดกับพื้นทรายและท้องฟ้าสีครามในช่วงฤดูใบไม้ร่วง เป็นความงามที่ดูนิ่งสงบแต่ทรงพลังสุดๆ เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยของที่นี่คือความงามระดับพีคนี้จะมีให้เห็นแค่ประมาณ 2 สัปดาห์ต่อปีเท่านั้น ใครที่มองหาความงามที่หาดูได้ยากและมีความหมายลึกซึ้งในการมีชีวิตอยู่ ป่าสีทองแห่งนี้คือคำตอบที่ควรค่าแก่การมาเห็นด้วยตา

  • ช่วงเวลาที่น่าไป: ตุลาคม (ช่วงที่ใบไม้กลายเป็นสีทองเพียงไม่กี่สัปดาห์)
  • ช่วงเวลาเปิด-ปิด: 08:00 – 18:00 น.
  • พิกัดการเดินทาง: ส่วนใหญ่นิยมบินลงสนามบินเอจินา หรือนั่งรถไฟมาจากเมืองฮูฮอต

21. ประตูสวรรค์ เทียนเหมินซาน (Tianmen Mountain)

ถ้าความสูงคือความท้าทายที่คุณชอบ ที่นี่ตอบโจทย์คุณอย่างแน่นอน ไฮไลท์ที่ทำให้คนทั่วโลกต้องตะลึงคือช่องเขาทะลุฟ้าขนาดมหึมา ดูเหมือนประตูยักษ์เปิดต้อนรับคุณสู่สรวงสวรรค์ การขึ้นไปสัมผัสความแกรนด์ของที่นี่ได้คุณจะต้องผ่านเส้นทางสุดเสียวอย่างถนน 99 โค้งก่อน หรือถ้าใครไม่ไหว จะเลือกนั่งกระเช้าที่ยาวที่สุดในโลกเพื่อชมวิวภูเขาสูงชันแบบพาโนราม่าก็ได้เช่นกัน บอกเลยว่าความรู้สึกตอนที่ได้ยืนอยู่หน้าช่องเขานั้นมันทั้งขลังและทรงพลังจนตัวเราเหลือแค่จิ๋วเดียว

  • ช่วงเวลาที่น่าไป: กันยายน – พฤศจิกายน (อากาศเย็นกำลังดี อาจได้ลุ้นเห็นทะเลหมอกด้วย)
  • ช่วงเวลาเปิด-ปิด: 08:00 – 18:00 น.
  • พิกัดการเดินทาง: นั่งกระเช้าจากสถานีใกล้สถานีรถไฟจางเจียเจี้ยขึ้นสู่ยอดเขาได้โดยตรง

22. ธารน้ำแข็งไห่โหลวโกว (Hailuogou Glacier)

ใครจะเชื่อว่าเราสามารถเดินเข้าใกล้ธารน้ำแข็งอายุนับหมื่นปีได้ง่ายขนาดนี้ เพราะที่นี่เป็นธารน้ำแข็งที่ตั้งอยู่ระดับความสูงไม่มากนัก จึงช่วยให้คุณเข้าไปข้างในได้สะดวก จุดเด่นคือความยิ่งใหญ่ของธารน้ำแข็งที่ไหลลดหลั่นลงมาจากยอดเขากงก้า ท่ามกลางป่าดิบเขาที่อุดมสมบูรณ์ นอกจากนี้ยังมีบ่อน้ำพุร้อนกลางป่าหิมะให้คุณลงไปแช่ตัวคลายหนาวพร้อมชมวิวธารน้ำแข็งได้อย่างชิลล์ๆ เป็นประสบการณ์ที่หาได้ยากจริงๆ ในแถบเอเชีย

ช่วงเวลาที่น่าไป: ธันวาคม – กุมภาพันธ์ (ถ้าอยากเห็นหิมะและน้ำแข็งแบบจัดเต็ม)

ช่วงเวลาเปิด-ปิด: 08:00 – 17:00 น.

พิกัดการเดินทาง: นั่งรถบัสจากเมืองเฉิงตูมุ่งหน้าสู่เขตหลู่ติ้ง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4-5 ชั่วโมง

23. เส้นทางสายไหม ทะเลทรายตุนหวง (Dunhuang)

ที่นี่คุณจะได้พบกับเนินทรายหมิงซาซานที่กว้างใหญ่ราวกับทะเลเพลิงสีทอง ไฮไลท์ที่พลาดไม่ได้คือการขี่อูฐลัดเลาะไปตามสันทรายเพื่อไปชมโอเอซิสพระจันทร์เสี้ยว ความรู้สึกตอนที่แสงแดดสีส้มฉาบลงบนผิวทรายมันให้กลิ่นอายความลึกลับและสง่างามแบบอาหรับราตรีเวอร์ชั่นจีน เป็นบรรยากาศที่ทั้งเท่และดูคลาสสิกจนยากจะลืมเลือน

  • ช่วงเวลาที่น่าไป: พฤษภาคม – ตุลาคม (ควรเลี่ยงช่วงเที่ยงเพราะทรายจะร้อนจัด)
  • ช่วงเวลาเปิด-ปิด: 07:30 – 19:30 น.
  • พิกัดการเดินทาง: นั่งรถไฟความเร็วสูงหรือบินมาลงที่เมืองตุนหวง แล้วต่อแท็กซี่ไปที่เนินทรายได้ในเวลาไม่กี่นาที

24. หุบเขาเสือกระโจน (Tiger Leaping Gorge)

สำหรับสายเดินป่าและรักการผจญภัย ที่นี่คือหนึ่งในหุบเขาที่ลึกและชันที่สุดในโลกเลย ชื่อของหุบเขานี้มาจากตำนานที่ว่ามีเสือกระโดดข้ามแม่น้ำจินซาเจียงท่ามกลางกระแสน้ำที่เชี่ยวกราก จุดเด่นคือหน้าผาสูงชันที่ขนาบข้างแม่น้ำที่ส่งเสียงคำรามดังก้องหุบเขา การได้มาเดินเทรคกิ้งเลียบหน้าผาที่นี่จะทำให้คุณรู้สึกถึงพลังอำนาจของธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่และดิบเถื่อน ใครได้มาเห็นต้องประทับใจแน่นอน

  • ช่วงเวลาที่น่าไป: เมษายน – พฤษภาคม และกันยายน – ตุลาคม
  • ช่วงเวลาเปิด-ปิด: 09:00 – 18:00 น.
  • พิกัดการเดินทาง: นั่งรถบัสจากเมืองลี่เจียงหรือแชงกรีล่ามาลงที่จุดเริ่มเดินหุบเขาได้เลย

25. ทะเลสาบหลูกู (Lugu Lake)

ถ้าคุณกำลังมองหาความสงบและการพักผ่อนแบบสโลว์ไลฟ์ ทะเลสาบหลูกูคือสวรรค์บนดินที่คุณตามหา ที่นี่ตั้งอยู่ระหว่างรอยต่อของมณฑลยูนนานและมณฑลเสฉวน ที่นี่มีผืนน้ำที่ใสสะอาดสีฟ้าเข้มจนมองเห็นก้นบ่อ โอบล้อมไปด้วยขุนเขาเขียวขจี เสน่ห์ที่มองข้ามไม่ได้คือวิถีชีวิตของชาวโมซัว ชนเผ่าที่ผู้หญิงเป็นใหญ่ ความเรียบง่ายของผู้คนและการพายเรือแคนูไม้แบบดั้งเดิมท่ามกลางความเงียบสงบ จะทำให้คุณรู้สึกเหมือนหยุดเวลาเอาไว้เลย

  • ช่วงเวลาที่น่าไป: มีนาคม – มิถุนายน (ดอกไม้ริมน้ำบานสวย)
  • ช่วงเวลาเปิด-ปิด: พื้นที่สาธารณะเข้าชมได้ตลอดวัน
  • พิกัดการเดินทาง: ปัจจุบันมีบินตรงลงสนามบิน Lugu Lake หรือนั่งรถตู้จากเมืองลี่เจียงใช้เวลาประมาณ 4-5 ชั่วโมง

26. ภูเขานัมชา (Namcha Barwa)

ที่นี่คือราชาแห่งขุนเขาในเขตทิเบต ที่ขึ้นชื่อเรื่องความขี้อายที่สุดเลย เพราะยอดเขาทรงแหลมสูงนี้จะซ่อนตัวอยู่ภายใต้กลุ่มเมฆหนาตลอดทั้งปี นานๆ ครั้งถึงจะยอมเผยโฉมให้เห็น ความงามของภูเขานัมชาคือความยิ่งใหญ่ที่ดูสงบนิ่งและบริสุทธิ์ ใครที่โชคดีได้เห็นยอดเขาตอนกระทบกับแสงสีทองยามเช้า บอกเลยว่านั่นคือช่วงเวลาที่แสนพิเศษเกินคำบรรยายจริงๆ

  • ช่วงเวลาที่น่าไป: ตุลาคม – เมษายน (เป็นช่วงที่ฟ้าเปิด มีโอกาสเห็นยอดเขามากที่สุด)
  • ช่วงเวลาเปิด-ปิด: เข้าชมได้ตลอดวัน (ตามจุดชมวิวต่างๆ)
  • พิกัดการเดินทาง: นิยมเช่ารถพร้อมคนขับจากเมืองหลินจือ (Nyingchi) ในเขตทิเบต

27. อุทยานมู่เก๋อชั่ว (Mugecuo)

หรือที่รู้จักกันในชื่อทะเลสาบคนป่า ถือเป็นพิกัดที่รวมความหลากหลายของธรรมชาติไว้ครบครับ ตั้งแต่ทะเลสาบบนที่ราบสูงที่ใสราวกับกระจก มีป่าไม้ที่เปลี่ยนสีตามฤดูกาล ไปจนถึงบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติที่รอให้คุณมานั่งแช่เท้าคลายหนาวได้ฟินๆ บรรยากาศที่นี่จะออกแนวนุ่มนวลและโรแมนติก เหมาะสำหรับการมาเดินเล่นปล่อยอารมณ์ไปกับธรรมชาติที่ดูละมุนตาเป็นอย่างมาก

  • ช่วงเวลาที่น่าไป: ตุลาคม (ใบไม้เปลี่ยนสีสวยที่สุด)
  • ช่วงเวลาเปิด-ปิด: 08:30 – 17:00 น.
  • พิกัดการเดินทาง: นั่งรถบัสหรือเช่ารถจากเมืองคังติ้ง ใช้เวลาเพียง 40 นาที

28. น้ำตกหวงกั่วซู่ (Huangguoshu Waterfall)

เตรียมตัวเปียกปอนไปกับความยิ่งใหญ่ของน้ำตกที่กว้างที่สุดในจีนกันกับน้ำตกหวงกั่วซู่ ความอลังการของที่นี่คือแผงน้ำตกขนาดมหึมาที่ไหลลงมาแรงจนเกิดเสียงดังสนั่นและละอองน้ำฟุ้งกระจายไปทั่ว ไฮไลท์คือเส้นทางเดินเท้าถ้ำม่านน้ำที่คุณสามารถเดินเข้าไปอยู่หลังม่านน้ำตกเพื่อมองผ่านสายน้ำออกมาข้างนอกได้ เป็นประสบการณ์ที่ทั้งตื่นตาตื่นใจและทำให้เรารู้สึกถึงความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติอย่างแท้จริง

  • ช่วงเวลาที่น่าไป: มิถุนายน – สิงหาคม (ช่วงฤดูฝนที่น้ำจะเยอะและอลังการที่สุด)
  • ช่วงเวลาเปิด-ปิด: 07:30 – 18:00 น.
  • พิกัดการเดินทาง: นั่งรถไฟความเร็วสูงจากเมืองกุ้ยหยางไปลงสถานี Anshun แล้วต่อรถบัสไปที่อุทยาน

29. ภูเขากงก้า (Mount Gongga)

ถ้าคุณคิดว่าภูเขาหิมะที่ไหนก็เหมือนกัน อยากให้ลองมาเห็นราชันแห่งภูเขาเสฉวน อย่างกงก้าด้วยตาตัวเองดูครับ ความอลังการของที่นี่คือยอดเขาทรงพีระมิดสีขาวที่สูงเสียดฟ้าจนดูเหมือนหลุดออกมาจากหนังจีนกำลังภายในเลย ไฮไลท์ที่ทำให้ใจฟูที่สุดคือการได้เห็นแสงอาทิตย์สีทองฉาบลงบนยอดเขาหิมะในตอนเช้า ถือเป็นภาพที่คุ้มค่ามากๆ สำหรับใครที่ชอบความสงบและอยากสัมผัสกับความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติที่ยังไม่ถูกปรุงแต่งมากนัก พิกัดนี้จะทำให้คุณตกหลุมรักจนไม่อยากกลับเลย

  • ช่วงเวลาที่น่าไป: ตุลาคม – พฤศจิกายน
  • ช่วงเวลาเปิด-ปิด: พื้นที่เปิด (ขึ้นอยู่กับจุดชมวิวที่เลือก)
  • พิกัดการเดินทาง: นิยมเช่ารถขับจากเมืองคังติ้งไปยังจุดชมวิวต่างๆ เช่น สันเขามู่ซี

30. ทะเลสาบซีหู (West Lake)

เป็นหนึ่งในความสวยงามคลาสสิกที่ได้รับยกย่องให้เป็นมรดกโลก ทะเลสาบซีหูคือต้นแบบของสวนจีนที่ผสมผสานธรรมชาติกับสถาปัตยกรรมโบราณได้อย่างไร้ที่ติ สำหรับใครที่เดินทางมากับเส้นทางทัวร์เซี่ยงไฮ้ ก็สามารถแวะมาสัมผัสความโรแมนติกที่นี่ได้ง่ายๆ การเดินเลียบทะเลสาบหรือนั่งเรือพายชมวิวจะทำให้คุณรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในบทกวีจีนโบราณที่แสนอ่อนช้อยเลยก็ว่าได้

  • ช่วงเวลาที่น่าไป: มีนาคม – พฤษภาคม (ช่วงดอกไม้ผลิ)
  • ช่วงเวลาเปิด-ปิด: พื้นที่สาธารณะเปิด 24 ชั่วโมง
  • พิกัดการเดินทาง: ตั้งอยู่ใจกลางเมืองหางโจว สามารถเดินทางสะดวกด้วยรถไฟใต้ดิน

31. เขาเอ๋อเหมย (Mount Emei)

ถ้าพูดชื่อนี้คนไทยหลายคนอาจจะงงๆ สักหน่อย แต่ถ้าบอกว่านี่คือเขาง้อไบ๊จากนิยายกำลังภายใน รับรองว่าร้องอ๋อกันทุกคนแน่นอน ที่นี่ไม่ได้มีดีแค่ตำนาน แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสวยระดับมรดกโลกเลย ไฮไลท์ของจริงอยู่ที่ยอดเขาสูงที่มีทะเลเมฆไหลผ่านรูปปั้นพระโพธิสัตว์ทองคำองค์มหึมา ถ้าคุณโชคดีอาจได้เห็นปรากฏการณ์แสงพุทธรัศมีเป็นรุ้งวงกลมล้อมรอบยอดเขา บอกเลยว่าเป็นภาพที่ดูขลังอลังการจนต้องยกมือขึ้นสาธุโดยอัตโนมัติเลยครับ

  • ช่วงเวลาที่น่าไป: เมษายน – มิถุนายน (อากาศเย็นสบาย) หรือธันวาคม – กุมภาพันธ์ (ดูหิมะ)
  • ช่วงเวลาเปิด-ปิด: 06:00 – 18:00 น.
  • พิกัดการเดินทาง: นั่งรถไฟความเร็วสูงจากเฉิงตูมาลงสถานี Mount Emei แล้วต่อรถบัสอุทยาน

32. ภูเขาไกรลาส (Mount Kailash)

นี่คือภูเขาที่ได้ชื่อว่าเป็นศูนย์กลางของจักรวาลในความเชื่อของหลายๆ ศาสนาเลยครับ ด้วยรูปทรงพีระมิดธรรมชาติที่สมมาตรแบบไม่น่าเชื่อช่วยให้ที่นี่ดูสวยงามและขลังในเวลาเดียวกัน ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงัดบนที่ราบสูงทิเบต การได้มาเดินจาริกแสวงบุญรอบเขาไกรลาสถือเป็นประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิตที่หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว หากคุณชื่นชอบความสวยที่ดูลึกลับ รับรองว่าที่นี่จะเติมเต็มความรู้สึกสงบในจิตใจของคุณได้อย่างแน่นอน

  • ช่วงเวลาที่น่าไป: พฤษภาคม – ตุลาคม (เลี่ยงช่วงหน้าหนาวจัด)
  • ช่วงเวลาเปิด-ปิด: พื้นที่เปิดสาธารณะ
  • พิกัดการเดินทาง: ต้องใช้บริการรถเช่าพร้อมไกด์นำเที่ยวทิเบต เดินทางไกลจากเมืองลาซา

33. ที่ราบสูงทิเบต (Tibetan Plateau)

สำหรับใครที่อยากรู้ว่าหลังคาโลกเป็นอย่างไร แนะนำให้มาที่นี่ให้ได้เลยครับ พื้นที่ที่กว้างใหญ่และสูงที่สุดในโลกนี้จะทำให้คุณรู้สึกเหมือนยืนอยู่บนสวรรค์ เพราะท้องฟ้าที่นี่ดูใกล้และใสกว่าที่ไหนๆ วิวสองข้างทางเป็นยอดเขาหิมะและฝูงจามรีที่เดินไปมาอย่างอิสระ เป็นฟีลการเดินทางที่ดูเท่และเป็นธรรมชาติสุดๆ แต่ยังคงแฝงไปด้วยความงามที่บริสุทธิ์แบบที่รูปถ่ายก็สื่อออกมาได้ไม่หมด

  • ช่วงเวลาที่น่าไป: มิถุนายน – กันยายน (ช่วงที่อากาศไม่หนาวจนเกินไป)
  • ช่วงเวลาเปิด-ปิด: พื้นที่เปิดกว้างตลอดเส้นทาง
  • พิกัดการเดินทาง: นิยมใช้รถไฟสายทิเบตจากซีหนิงไปลาซาเพื่อชมวิวตลอดทาง

34. ทะเลสาบนัมโซ (Namtso Lake)

เคยเห็นน้ำสีฟ้าที่ตัดกับขอบฟ้าจนแทบแยกไม่ออกไหมครับ? ทะเลสาบนัมโซหรือที่คนทิเบตเรียกว่าทะเลสาบศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ จะทำให้คุณอึ้งกับความใสและสีน้ำเงินเข้มข้นของน้ำที่อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลกว่า 4,700 เมตร ไฮไลท์คือแนวภูเขาหิมะที่ตั้งขนานไปกับทะเลสาบ บอกเลยว่าบรรยากาศที่นี่มันดูงดงามอย่างไร้ที่ติจริงๆ ให้รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุนอยู่ตรงหน้าคุณเลย ที่นี่ถือเป็นหนึ่งพิกัดที่มาแล้วจะช่วยชาร์จพลังงานบวกให้คุณได้แบบเต็มแม็กซ์เลยครับ

  • ช่วงเวลาที่น่าไป: มิถุนายน – ตุลาคม
  • ช่วงเวลาเปิด-ปิด: 06:00 – 18:00 น.
  • พิกัดการเดินทาง: นั่งรถจากเมืองลาซา ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4-5 ชั่วโมง

35. หุบเขาแม่น้ำอีหลี (Ili River Valley)

ใครจะคิดว่าในจีนจะมีทุ่งลาเวนเดอร์และทุ่งหญ้าเขียวขจีที่สวยเหมือนหลุดออกมาจากยุโรปขนาดนี้ แต่คำตอบคือมีครับ เพราะหุบเขาแห่งนี้มีทั้งป่าสน ทุ่งดอกไม้ และสายน้ำที่ไหลผ่านหุบเขาอย่างสวยงาม การได้เดินเล่นท่ามกลางอากาศเย็นๆ และกลิ่นหอมของดอกไม้ บอกเลยว่าฟีลลิ่งมันดีมาก ดูแพงและดูละมุนเหมือนเป็นเจ้าหญิงเจ้าชายในป่ากว้างเลยครับ

  • ช่วงเวลาที่น่าไป: มิถุนายน (ช่วงลาเวนเดอร์บาน) หรือ กันยายน (ป่าเปลี่ยนสี)
  • ช่วงเวลาเปิด-ปิด: พื้นที่เปิด (ตามจุดท่องเที่ยวต่างๆ)
  • พิกัดการเดินทาง: บินลงสนามบินอีนิง แล้วเช่ารถเที่ยวในหุบเขาจะสะดวกที่สุด

36. ทะเลทุ่งดอกเรปซีด (Luoping)

หากพูดถึงที่นี่แล้ว เราอยากให้ลืมทุ่งดอกไม้ธรรมดาไปก่อนเลยครับ เพราะที่หลัวผิงนี้คือทะเลสีทองที่สุดลูกหูลูกตาของจริง ในช่วงต้นปีภูเขาหินปูนนับพันลูกจะถูกโอบล้อมด้วยดอกเรปซีดสีเหลืองสดใส บานสะพรั่งเต็มพื้นที่ การได้มองวิวจากมุมสูงจะเห็นยอดเขาแหลมๆ โผล่พ้นทะเลดอกไม้สีเหลือง บอกเลยว่าช่วยเติมความสดใสให้ชีวิตได้ดีมาก เป็นพิกัดที่เปลี่ยนวันธรรมดาให้กลายเป็นวันที่พิเศษสุดๆ ได้ง่ายๆ เลยครับ

  • ช่วงเวลาที่น่าไป: กุมภาพันธ์ – มีนาคม (ช่วงดอกไม้บานเต็มที่)
  • ช่วงเวลาเปิด-ปิด: พื้นที่เกษตรกรรมเปิดตลอดวัน
  • พิกัดการเดินทาง: นั่งรถไฟหรือรถบัสจากเมืองคุนหมิง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3-4 ชั่วโมง

37. น้ำตกเต๋อเทียน (Detian Waterfall)

เป็นอีกหนึ่งที่ที่เราอยากให้คุณมาสัมผัสความโอ่อ่าของน้ำตกข้ามพรมแดนที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างจีนและเวียดนาม ความสวยงามของที่นี่คือสายน้ำที่ตกลงมาเป็นชั้นๆ อย่างมีจังหวะ ท่ามกลางฉากหลังเป็นภูเขาหินปูนและป่าสีเขียวครึ้ม การนั่งแพไม้เข้าไปใกล้ตัวน้ำตกจะช่วยให้คุณสัมผัสกับละอองน้ำเย็นๆ ได้อย่างเพลิดเพลินสุดๆ เหมือนได้พาตัวเองไปพักผ่อนในรีสอร์ตธรรมชาติระดับ 5 ดาวยังไงยังงั้นเลยล่ะครับ

  • ช่วงเวลาที่น่าไป: มิถุนายน – พฤศจิกายน (น้ำจะใสเป็นพิเศษ)
  • ช่วงเวลาเปิด-ปิด: 08:00 – 17:30 น.
  • พิกัดการเดินทาง: นั่งรถบัสท่องเที่ยวจากเมืองหนานหนิง ใช้เวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมง

38. หมู่บ้านหิมะเสวี่ยเซียง (China Snow Town)

ถ้าอยากรู้ว่าหมู่บ้านในนิทานคริสต์มาสหน้าตาเป็นยังไง ต้องมาที่นี่ครับ ในช่วงฤดูหนาวหมู่บ้านไม้เล็กๆ แห่งนี้จะถูกปกคลุมด้วยหิมะหนานุ่มจนดูเหมือนขนมมาร์ชแมลโลว์บนหลังคาบ้าน ยิ่งตอนกลางคืนที่เปิดไฟสีแดงส้มตัดกับสีขาวของหิมะ บอกเลยว่าบรรยากาศโรแมนติกสุดๆ เหมือนได้หลุดเข้าไปอยู่ในโลกแห่งความฝันที่มีแต่ความขาวสะอาดตา

  • ช่วงเวลาที่น่าไป: ธันวาคม – กุมภาพันธ์
  • ช่วงเวลาเปิด-ปิด: เปิด 24 ชั่วโมง (แนะนำให้จองที่พักล่วงหน้า)
  • พิกัดการเดินทาง: นั่งรถบัสจากเมืองฮาร์บิน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5-6 ชั่วโมง

39. อุทยานภูเขาไฟเถิงชง (Tengchong Volcano Geopark)

เปลี่ยนบรรยากาศมาดูความมหัศจรรย์ของพลังใต้โลกกันบ้างกับอุทยานภูเขาไฟเถิงชงแห่งนี้ เถิงชงเป็นแหล่งรวมภูเขาไฟที่ดับแล้วและน้ำพุร้อนธรรมชาติที่โด่งดังมากแห่งหนึ่งของโลก จุดเด่นของที่นี่คือภูมิประเทศที่ดูแปลกตาและบ่อน้ำพุร้อนสีมรกตที่มีควันพวยพุ่งตลอดเวลา ที่นี่มีกิจกรรมที่น่าสนใจอย่างการนั่งบอลลูนชมวิวปากปล่องภูเขาไฟจากมุมสูง บอกเลยว่าตื่นตาตื่นใจแบบไม่ซ้ำใครแน่นอน

  • ช่วงเวลาที่น่าไป: พฤศจิกายน – เมษายน (เหมาะกับการแช่น้ำพุร้อนมากๆ)
  • ช่วงเวลาเปิด-ปิด: 08:00 – 18:00 น.
  • พิกัดการเดินทาง: บินตรงลงสนามบินเถิงชง แล้วต่อรถแท็กซี่ไปอุทยาน

40. หมู่บ้านเหอมู่ (Hemu Village)

นี่คือพิกัดที่สายสโลว์ไลฟ์และคนรักสายหมอกต้องกด Love เลย หมู่บ้านไม้เล็กๆ ของชาวตูว่าที่ซ่อนตัวอยู่กลางหุบเขาในซินเจียง บรรยากาศตอนเช้าที่มีหมอกจางๆ คลุมยอดหญ้าและควันไฟลอยออกจากบ้านไม้ บอกเลยว่าคลาสสิกและอบอุ่นหัวใจมากๆ ยิ่งในช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่ป่ารอบหมู่บ้านกลายเป็นสีทอง ที่นี่จะกลายเป็นภาพวาดที่มีชีวิตที่สวยจนคุณแทบหยุดหายใจเลยล่ะครับ

  • ช่วงเวลาที่น่าไป: กันยายน (ใบไม้เปลี่ยนสี) หรือมกราคม (สำหรับใครที่อยากเห็นหิมะ)
  • ช่วงเวลาเปิด-ปิด: เข้าชมได้ตลอดวัน
  • พิกัดการเดินทาง: นั่งรถอุทยานจากทางเข้าเขตอนุรักษ์คานาส เข้ามายังตัวหมู่บ้าน

41. หาดสีแดงผานจิน (Red Beach)

เมื่อพูดถึงหาดแล้ว เราอยากให้คุณลืมภาพชายหาดสีขาวนวลไปก่อนครับ เพราะที่ผานจินคุณจะได้พบนี้ปกคลุมไปด้วยพรมสีแดงยักษ์ที่ครอบคลุมพื้นที่ริมชายฝั่งสุดลูกหูลูกตา ซึ่งพรมที่ว่าก็คือต้นหญ้าชนิดพิเศษที่จะค่อยๆ เปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีแดงสดในช่วงฤดูใบไม้ร่วง การได้เดินบนสะพานไม้ทอดยาวผ่านทุ่งหญ้าสีแดงตัดกับสีฟ้าของท้องฟ้า บอกเลยว่ามู๊ดแปลกตาแต่ดูวังเว่อร์มากๆ ด้วยเช่นกัน เป็นความสวยที่ธรรมชาติปรุงแต่งมาได้แบบที่คาดไม่ถึงจริงๆ ครับ

  • ช่วงเวลาที่น่าไป: กันยายน – ตุลาคม (ช่วงที่หญ้ากลายเป็นสีแดงจัดที่สุด)
  • ช่วงเวลาเปิด-ปิด: 08:30 – 17:00 น.
  • พิกัดการเดินทาง: นั่งรถไฟความเร็วสูงมาลงที่สถานี Panjin แล้วต่อรถบัสท่องเที่ยวเข้าสู่เขตอุทยาน

42. หลุมยักษ์ เสี่ยวไจ่เทียนเคิง (Xiaozhai Tiankeng)

นี่คือพิกัดที่จะทำให้คุณรู้สึกทึ่งในพลังของธรรมชาติครับ เพราะนี่คือหลุมยุบที่ลึกที่สุดในโลก มีลักษณะเหมือนปากปล่องขนาดมหึมาลึกลงไปใต้ดิน ความพีคคือการเดินลงไปสัมผัสระบบนิเวศด้านล่างที่มีพืชพรรณเขียวขจีและสายน้ำตกที่ไหลลงสู่ความมืดมิด บอกเลยว่าบรรยากาศมันดูน่าตื่นตาตื่นใจมากๆ จนคุณอาจขนลุกตลอดทางเดิน ราวกับว่าคุณกำลังร่วมทีมสำรวจโลกที่สาบสูญในหนังผจญภัยยังไงยังงั้นเลยครับ

  • ช่วงเวลาที่น่าไป: มีนาคม – พฤษภาคม และกันยายน – พฤศจิกายน
  • ช่วงเวลาเปิด-ปิด: 08:00 – 17:30 น.
  • พิกัดการเดินทาง: นั่งรถบัสจากเมืองเฟิ่งเจี๋ยในเขตฉงชิ่ง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.5 ชั่วโมง

43. คาราโครัมไฮเวย์ (Karakoram Highway)

ถ้าคุณชอบความตื่นเต้นและวิวระดับ Epic ต้องลองมาสัมผัสกับทางหลวงที่สวยที่สุดในโลกอย่างคาราโครัมไฮเวย์เลยครับ นี่เป็นเส้นทางมิตรภาพจีน-ปากีสถานที่จะพาคุณลัดเลาะไปตามเทือกเขาสูงชันและยอดเขาหิมะที่สูงเสียดฟ้าตลอดทาง จุดเด่นคือวิวภูเขาที่ดูยิ่งใหญ่แบบไร้ขีดจำกัด การได้นั่งรถผ่านเส้นทางนี้จะทำให้คุณรู้สึกว่าโลกนี้กว้างใหญ่กว่าที่คิด ถือเป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับสาย Road Trip เลย

  • ช่วงเวลาที่น่าไป: พฤษภาคม – ตุลาคม (ช่วงที่ทางเดินรถสะดวกและฟ้าเปิด)
  • ช่วงเวลาเปิด-ปิด: พื้นที่สาธารณะ (ควรตรวจสอบสถานการณ์ด่านพรมแดนก่อนเดินทาง)
  • พิกัดการเดินทาง: เริ่มต้นเดินทางจากเมืองคัชการ์ (Kashgar) ในเขตซินเจียง

44. หุบเขาเทวดาวั้งเซียนกู่ (Wangxian Valley)

พิกัดที่กำลังเป็นไวรัลที่สุดในตอนนี้ ที่นี่คือหมู่บ้านโบราณที่สร้างเลียบหน้าผาสูงชันได้อย่างน่าอัศจรรย์ จุดเด่นคือตัวบ้านที่เหมือนแขวนอยู่กลางอากาศ ท่ามกลางสายหมอกและน้ำตกที่ไหลผ่านกลางหุบเขา บอกเลยว่าตอนกลางคืนที่หมู่บ้านเปิดไฟสีทองสว่างไสว บรรยากาศจะดูขลังและโรแมนติกเหมือนหลุดเข้าไปในโลกเซียนจริงๆ ใครอยากได้มู๊ดพรีเมียมๆ และยูนีคสุดๆ ต้องมาเช็กอินที่นี่ให้ได้เลย

  • ช่วงเวลาที่น่าไป: เที่ยวได้ตลอดปี (ช่วงหน้าฝนจะเห็นน้ำตกและหมอกสวยเป็นพิเศษ)
  • ช่วงเวลาเปิด-ปิด: 08:00 – 22:00 น.
  • พิกัดการเดินทาง: นั่งรถไฟความเร็วสูงมาลงสถานี Shangrao แล้วต่อรถแท็กซี่หรือรถบัสประมาณ 1 ชั่วโมง

45. ถ้ำหินหยดหยางซั่ว (Yangshuo Cave)

หลังจากชมวิวทิวทัศน์จากโลกกว้างมาเยอะแล้ว เราขอเปลี่ยนบรรยากาศลงมาใต้พิภพกันบ้างครับ ถ้ำหินปูนในหยางซั่วแห่งนี้คือประติมากรรมหินงอกหินย้อยที่ธรรมชาติใช้เวลาปั้นแต่งมานานนับล้านปี จุดเด่นคือการตกแต่งด้วยแสงสีที่ช่วยขับเน้นรูปร่างหินให้ดูเหมือนเมืองในจินตนาการ และที่นี่ก็มีกิจกรรมที่น่าสนใจอย่างการอาบโคลนในถ้ำด้วยนะ บอกเลยว่าทั้งสนุกและแปลกใหม่ เป็นการมาเที่ยวถ้ำที่ได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติแบบสุดๆ เลยครับ

  • ช่วงเวลาที่น่าไป: เที่ยวได้ตลอดปี เนื่องจากอุณหภูมิในถ้ำคงที่
  • ช่วงเวลาเปิด-ปิด: 08:30 – 17:30 น.
  • พิกัดการเดินทาง: นั่งรถแท็กซี่หรือขี่จักรยานจากตัวเมืองหยางซั่วไปไม่ไกล

46. ทะเลสาบเตียนฉือ (Dianchi Lake)

หากคุณต้องการการท่องเที่ยวที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายระดับ 5 ดาว ทะเลสาบเตียนฉือแห่งเมืองคุนหมิงคือคำตอบสำหรับคุณครับ ทะเลสาบบนยอดเขาอัลไตแห่งนี้กว้างใหญ่จนดูเหมือนทะเลจริงๆ ไฮไลท์ที่ทำให้คนรักที่นี่คือในช่วงฤดูหนาวจะมีนกนางนวลไซบีเรียนับหมื่นตัวอพยพมาอยู่ที่นี่ การได้เดินเล่นริมเขื่อนพร้อมกับให้อาหารนกท่ามกลางลมเย็นๆ ถือเป็นช่วงเวลาที่คุณอาจเพลิดเพลินจนลืมเวลาในชีวตจริงไปเลยล่ะครับ

  • ช่วงเวลาที่น่าไป: พฤศจิกายน – มีนาคม (ช่วงที่มีนกนางนวลอพยพ)
  • ช่วงเวลาเปิด-ปิด: พื้นที่สาธารณะเปิด 24 ชั่วโมง
  • พิกัดการเดินทาง: เดินทางสะดวกด้วยรถบัสประจำทางหรือรถไฟใต้ดินจากตัวเมืองคุนหมิง

47. ที่ราบสูงปามีร์ (Pamir Plateau)

สัมผัสความงามที่เปี่ยมไปด้วยมนต์ขลัง ณ พื้นที่ตะวันตกสุดของประเทศจีนกันกับที่ราบสูงปามีร์ ที่นี่ถือเป็นจุดรวมเทือกเขาที่ยิ่งใหญ่ระดับโลก จุดเด่นคือทัศนียภาพที่ดูเงียบเหงาแต่ทรงพลัง ด้วยภูเขาหินสีน้ำตาลตัดกับยอดหิมะและทะเลสาบสีฟ้าเข้ม จะทำให้การเดินทางมาที่นี่เป็นที่ที่คุณประทับใจมากที่สุดอีกที่หนึ่งอย่างแน่นอน เพราะคุณจะได้สัมผัสกับวัฒนธรรมท้องถิ่นที่บริสุทธิ์และท้องฟ้าที่ดูโปร่งจนเห็นทางช้างเผือกชัดเจน เป็นความสวยระดับ Hi-end สำหรับคนที่ชอบความเงียบสงบมากๆ

  • ช่วงเวลาที่น่าไป: มิถุนายน – กันยายน
  • ช่วงเวลาเปิด-ปิด: พื้นที่สาธารณะ (ต้องใช้ใบอนุญาตเข้าเขตชายแดน)
  • พิกัดการเดินทาง: เดินทางโดยรถเช่าจากเมืองคัชการ์ไปตามเส้นทางหลวงคาราโครัม

48. เกาะไห่หนาน (Hainan)

ถ้าเริ่มเหนื่อยกับภูเขาแล้ว เราลองเปลี่ยนบรรยากาศมาลงทะเลที่ฮาวายของจีนกันบ้างดีกว่าครับ เกาะไห่หนานถือเป็นพิกัดพักร้อนที่ทั้งดูดีและทันสมัยมาก จุดเด่นของที่นี่คือชายหาดทรายขาว น้ำใส และป่าเขตร้อนที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ไว้อย่างครบถ้วน ไฮไลท์ที่ห้ามพลาดคือการไปสักการะเจ้าแม่กวนอิมริมทะเลองค์ยักษ์ที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางน้ำ บอกเลยว่าบรรยากาศที่นี่อลังการงานสร้างมากๆ เหมาะกับการพาครอบครัวมาพักผ่อนในบรรยากาศพรีเมียมสุดๆ

  • ช่วงเวลาที่น่าไป: พฤศจิกายน – เมษายน (อากาศไม่ร้อนจัดและไม่ค่อยมีพายุ)
  • ช่วงเวลาเปิด-ปิด: พื้นที่เกาะเปิดตลอด 24 ชั่วโมง
  • พิกัดการเดินทาง: บินตรงลงสนามบินไห่โข่ว หรือซานย่าได้เลย

49. ว่านเฟิงหลิน (Wanfenglin)

ที่นี่ถูกยกให้เป็นป่าภูเขาหมื่นยอดแห่งกุ้ยโจวเลยครับ ที่นี่เต็มไปด้วยความมหัศจรรย์ของภูเขาหินปูนทรงกรวยขนาดเล็กที่ตั้งเรียงรายกันนับไม่ถ้วน จนดูเหมือนคลื่นสีเขียวที่ปกคลุมไปทั่วหุบเขา ยอดเขาเหล่านี้ตั้งอยู่ท่ามกลางหมู่บ้านและนาขั้นบันไดของชาวพื้นเมือง ให้ความรู้สึกอบอุ่นใจทุกครั้งที่ได้มอง สำหรับใครที่ชอบความอลังการที่เงียบสงบ แนะนำว่าต้องมาเห็นที่นี่สักครั้งเลยครับ

  • ช่วงเวลาที่น่าไป: กุมภาพันธ์ – มีนาคม (ช่วงดอกมัสตาร์ดบานจะสวยเป็นพิเศษ)
  • ช่วงเวลาเปิด-ปิด: 08:00 – 18:00 น.
  • พิกัดการเดินทาง: นั่งรถบัสจากเมืองซิงอี้ ใช้เวลาเดินทางเพียง 20-30 นาที

50. ยอดเขาหัวซาน (Huashan Mountain)

ปิดท้ายด้วยพิกัดที่ลุ้นระทึกที่สุดในโลกอย่างยอดเขาหัวซาน หนึ่งในที่สุดในใจนักเดินทางหลายคน เพราะยอดเขาหัวซานคือ 1 ใน 5 ขุนเขาศักดิ์สิทธิ์ของจีนที่มีหน้าผาสูงชันเกือบ 90 องศา ไฮไลท์ของที่นี่คือทางเดินริมหน้าผาที่คุณต้องคาดสลิงเดินเลียบแผ่นไม้เล็กๆ บนความสูงเสียดฟ้า บอกเลยว่านี่คือการทดสอบใจที่คุ้มค่าที่สุด เพราะวิวจากยอดเขานั้นสวยจนแทบลืมหายใจ เป็นการจบการเดินทางที่ทั้งสมบูรณ์แบบและน่าจดจำที่สุดเลยครับ

  • ช่วงเวลาที่น่าไป: เมษายน – ตุลาคม (เลี่ยงช่วงหน้าหนาวที่ทางเดินอาจจะลื่น)
  • ช่วงเวลาเปิด-ปิด: 07:00 – 19:00 น. (กระเช้าปิดตามเวลาอุทยาน)
  • พิกัดการเดินทาง: นั่งรถไฟความเร็วสูงจากซีอาน มาลงสถานี Huashan North แล้วต่อรถบัสเข้าอุทยานอีกที

สุดท้ายนี้หากคุณอยากไปสัมผัสกับความยิ่งใหญ่ของพิกัดเหล่านี้ด้วยตาตัวเองสักครั้ง ให้เรา บริษัททัวร์พรีเมี่ยม Imageholiday ช่วยดูแลทริปของคุณนะครับ ต่อให้เป็นเส้นทางสุด Unseen หรือแลนด์มาร์คระดับโลก เราก็พร้อมออกแบบการเดินทางให้สะดวกสบายและเต็มอิ่มกับบรรยากาศที่หาจากไหนไม่ได้ รับรองว่าการเดินทางไปเมืองจีนครั้งนี้จะกลายเป็นความทรงจำที่ล้ำค่าสำหรับคุณ