บ่อนรก เบปปุ (Beppu Jigoku) บ่อน้ำร้อนที่ชื่อนรก แต่สวยเกินคาด
หากได้ยินชื่อสถานที่ว่า “บ่อนรก เบปปุ (Beppu Jigoku)” หลายคนอาจจินตนาการถึงสถานที่ลึกลับหรือน่ากลัว แต่ความจริงแล้วที่นี่กลับเป็นหนึ่งในแหล่งธรรมชาติที่สวยงามและแปลกตาที่สุดของญี่ปุ่น ด้วยบ่อน้ำพุร้อนหลากสีที่เกิดจากพลังความร้อนใต้พิภพ ทำให้ภูมิทัศน์เต็มไปด้วยไอน้ำและสีสันที่ไม่เหมือนที่ไหนในโลก บ่อนรก Beppu ตั้งอยู่ในเมืองเบปปุ จังหวัดโออิตะ บนเกาะคิวชู ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเมืองออนเซ็นที่มีชื่อเสียงที่สุดของญี่ปุ่น นักท่องเที่ยวที่มา ที่ที่ยว Beppu มักไม่พลาดกิจกรรมยอดนิยมอย่าง Jigoku Meguri หรือการเที่ยวชมบ่อน้ำพุร้อน “บ่อนรก” หลายแห่งที่มีเอกลักษณ์แตกต่างกัน
สำหรับใครที่กำลังวางแผนทัวร์ญี่ปุ่น และอยากสัมผัสความมหัศจรรย์ของธรรมชาติแบบที่ไม่เหมือนที่ไหน บ่อนรกแห่งเบปปุถือเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของภูมิภาคคิวชูที่ควรมาเห็นด้วยตาตัวเองสักครั้ง
ติดตามเรา
ติดต่อเรา
ภูมิประเทศของ Beppu อยู่ที่ไหน และควรไปเที่ยวช่วงไหนดี
เมือง Beppu ตั้งอยู่ในจังหวัด โออิตะ (Oita Prefecture) บนเกาะคิวชู ทางตอนใต้ของประเทศญี่ปุ่น เป็นหนึ่งในเมืองที่มีน้ำพุร้อนมากที่สุดในโลก โดยมีแหล่งออนเซ็นกระจายอยู่ทั่วเมือง พื้นที่ของเบปปุมีภูมิประเทศเป็นภูเขาไฟเก่าและแหล่งพลังงานความร้อนใต้พิภพ ทำให้เกิดบ่อน้ำพุร้อนและไอน้ำพุ่งขึ้นจากพื้นดินอยู่ตลอดเวลา จนกลายเป็นเอกลักษณ์ของเมือง ช่วงเวลาที่เหมาะกับการมาเที่ยว บ่อนรก Beppu ได้แก่
- ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม–พฤษภาคม) อากาศเย็นสบายและธรรมชาติสดชื่น
- ฤดูใบไม้ร่วง (ตุลาคม–พฤศจิกายน) อากาศกำลังดีและมีใบไม้เปลี่ยนสี
- ฤดูหนาว (ธันวาคม–กุมภาพันธ์) ไอน้ำจากบ่อน้ำพุร้อนจะดูสวยงามเป็นพิเศษ
ช่วงวันหยุดยาวของไทยอย่างทัวร์ญี่ปุ่น สงกรานต์ ก็เป็นอีกช่วงเวลายอดนิยม เพราะอากาศกำลังดีและเหมาะกับการเดินเที่ยวชมเมืองออนเซ็นแห่งนี้

ประวัติความเป็นมา ทำไมถึงเรียกว่า “บ่อนรก”
คำว่า “จิโกคุ (Jigoku)” ในภาษาญี่ปุ่นแปลว่า “นรก” ซึ่งไม่ได้หมายถึงสถานที่น่ากลัว แต่เป็นการเปรียบเทียบภาพของบ่อน้ำพุร้อนที่มีไอน้ำพวยพุ่งและน้ำเดือดจัด
ในอดีตพื้นที่นี้ไม่สามารถเข้าใกล้ได้ เพราะน้ำมีอุณหภูมิสูงมาก บางบ่อมีความร้อนมากกว่า 90–100 องศาเซลเซียส และมีไอน้ำพุ่งขึ้นตลอดเวลา ทำให้ชาวบ้านเรียกพื้นที่เหล่านี้ว่า “นรก” ต่อมาพื้นที่ดังกล่าวได้รับการพัฒนาให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ และกลายเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญของ ที่ที่ยว Beppu ที่นักเดินทางจากทั่วโลกอยากมาสัมผัส
ปัจจุบันบริเวณรอบ ๆ บ่อนรกยังมีการนำพลังไอน้ำไปใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น การทำอาหารแบบดั้งเดิมที่เรียกว่า Jigoku Mushi ซึ่งเป็นการนึ่งอาหารด้วยไอน้ำจากน้ำพุร้อนธรรมชาติ

บ่อนรก Beppu มีกี่แห่ง
การเที่ยวชม บ่อนรก Beppu เรียกว่า Beppu Jigoku Meguri ซึ่งหมายถึงการตระเวนชมบ่อน้ำพุร้อนที่มีลักษณะเฉพาะตัว แต่ละบ่อมีลักษณะ สี และบรรยากาศที่แตกต่างกัน ทำให้การเที่ยวชมบ่อนรกกลายเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่น่าตื่นเต้นที่สุดของการมา บ่อนรก เบปปุ โดยบ่อนรกหลักที่เปิดให้เข้าชมมีทั้งหมด 7 แห่ง ได้แก่
- Umi Jigoku (Sea Hell) – บ่อน้ำสีฟ้าสดใสราวกับทะเล
- Chinoike Jigoku – บ่อน้ำสีแดงเข้มจากแร่ธาตุธรรมชาติ
- Oniishibozu Jigoku – บ่อโคลนเดือดที่มีฟองคล้ายศีรษะพระ
- Kamado Jigoku – บ่อน้ำพุร้อนหลากสีในพื้นที่เดียว
- Shiraike Jigoku – บ่อน้ำสีขาวน้ำนม
- Yama Jigoku – บ่อที่มีสวนสัตว์ขนาดเล็ก
- Tatsumaki Jigoku – น้ำพุร้อนแบบไกเซอร์ที่พุ่งขึ้นเป็นช่วง ๆ
วิธีเดินทางไปบ่อนรก Beppu
การเดินทางมายังบ่อนรก Beppu สามารถทำได้สะดวกจากเมืองใหญ่ในคิวชู
- จากเมืองฟุกุโอกะ: นั่งรถไฟ JR Sonic Limited Express ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ถึงสถานี Beppu Station
- จากสถานีสามารถต่อ: รถบัสท้องถิ่นไปยังโซน Jigoku Meguri ใช้เวลาประมาณ 20–30 นาที
- เวลาเปิดทำการ: เปิดทุกวัน ประมาณ 08:00 – 17:00 น.
- ค่าเข้าชม: สามารถซื้อ ตั๋วรวม 7 บ่อ ได้ประมาณ 2,200 เยน

สัมผัสความมหัศจรรย์ของบ่อนรกแห่งคิวชู
แม้ชื่อจะดูน่ากลัว แต่บ่อนรก Beppu กลับเป็นหนึ่งในสถานที่ธรรมชาติที่น่าทึ่งที่สุดของญี่ปุ่น ทั้งสีสันของบ่อน้ำพุร้อน ไอน้ำที่ลอยขึ้นทั่วเมือง และวัฒนธรรมออนเซ็นที่เป็นเอกลักษณ์ ทำให้เมืองเบปปุกลายเป็นจุดหมายสำคัญของการท่องเที่ยวคิวชู
หากอยากสัมผัสเสน่ห์ของเมืองออนเซ็นแห่งนี้อย่างเต็มที่ สามารถวางแผนเดินทางผ่านโปรแกรมทัวร์ฟุกุโอกะ เมืองเบปปุ หรือเลือกจัดกรุ๊ปทัวร์ส่วนตัว เพื่อออกแบบเส้นทางท่องเที่ยวให้ตรงกับสไตล์ของคุณ แล้วคุณจะได้ค้นพบว่าที่ที่ยว Beppu แห่งนี้เต็มไปด้วยความมหัศจรรย์ของธรรมชาติที่ไม่เหมือนที่ใดในโลก
