15 ย่านของกินโตเกียว อัปเดตล่าสุด แหล่งอาหารที่สายกินห้ามพลาด

ถ้าคุณมีแผนจะไปทัวร์ต่างประเทศ หรือท่องเที่ยวด้วยการทัวร์ญี่ปุ่น โตเกียว การไปเยือนร้านอาหารในโตเกียวก็นับว่าเป็นตารางทัวร์ญี่ปุ่นที่ไม่ควรพลาด เนื่องจากโตเกียวเป็นสวรรค์ของนักชิมที่รวมอาหารญี่ปุ่นแท้ ๆ ซึ่งมีเอกลักษณ์แตกต่างกันไปในแต่ละย่าน การได้ไปเยือนย่านของกินโตเกียวจึงเป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ทางรสชาติ ที่ทำให้ผู้มาเยือนหลงรักเมืองนี้มากยิ่งขึ้น

15 ย่านแนะนำในโตเกียวสำหรับสายกิน

1. ตลาดปลาสึคิจิ (Tsukiji Outer Market)

ตลาดอาหารทะเลตั้งอยู่ที่ย่านสึคิจิ เขตชูโอ เป็นแหล่งอาหารทะเลสดและวัฒนธรรมที่สำคัญของโตเกียว ของกินที่แนะนำ ได้แก่ ซูชิและซาชิมิสดใหม่ ไม่ว่าจะเป็นปลาทูน่า แซลมอน หอยเชลล์ หอยนางรมสด ข้าวหน้าปลาดิบ และไข่หวาน

  • ช่วงเวลาแนะนำ : ตลาดจะเปิดตั้งแต่ 5.00-14.00 น. แต่ช่วงเวลาที่ควรไปเยือนควรเป็นช่วง 7.00-10.00 น. ซึ่งมีอาหารสดใหม่มากที่สุดและบรรยากาศคึกคัก
  • การเดินทาง : การเดินทางไปย่านของกินโตเกียวแห่งนี้สามารถใช้บริการรถไฟใต้ดินสายฮิบิยะ ลงที่สถานีสึคิจิ หรือขึ้นสายโทเอะอิ เอโดะ ลงที่สถานีสึคิจิชิโจ (E18) และออกทาง A1  

2. ชิบุยะ (Shibuya)

เป็นย่านที่โดดเด่นด้านอาหารหลากหลายของโตเกียว ของกินที่แนะนำ ได้แก่ ซูชิสายพานซึ่งเป็นซูชิคุณภาพสูง ราเมนชื่อดัง เช่น อิจิรังราเม็ง (Ichiran Ramen) ราเม็งสำหรับผู้ที่อยากทานคนเดียวแบบเงียบ ๆ บุฟเฟต์ชาบูชาบูและสุกี้ยากี้ ยากินิคุฮาลาลสำหรับนักท่องเที่ยวมุสลิม เทปปันยากิและสเต๊กวากิว เช่น เทปปันยากิ ฮาจิ ฮาจิ (Teppanyaki Hachi Hachi) ที่เน้นวัตถุดิบคุณภาพสูง นอกจากนั้นยังมีคาเฟที่ตกแต่งด้วยสไตล์ทันสมัยอีกมากมาย

  • ช่วงเวลาแนะนำ : การไปเดินเที่ยวเพื่อมองหาของกิน โตเกียวในย่านชิบุยะสามารถไปได้ตั้งแต่เวลา 11.00 น. ถึงช่วงดึก โดยช่วงหัวค่ำ 17.00-22.00 น. เป็นช่วงที่ชิบุยะคึกคักที่สุด ทั้งร้านอาหาร บาร์ และแสงสีของกลางคืน
  • การเดินทาง : การเดินทางไปย่านของกินโตเกียวแห่งนี้สามารถใช้บริการรถไฟได้หลายสาย เช่น สายยะมะโนะเดะ โดยลงที่สถานีชิบุยะซึ่งเป็นหนึ่งในสถานีที่ใหญ่ที่สุดในโตเกียว

3. โดะเก็งซะกะ (Dogenzaka)

เป็นย่านไนต์ไลฟ์ที่มีชื่อเสียงในชิบุยะ โดยถ้าอยู่ที่สถานีชิบุยะสามารถเดินไปถึงภายใน 5–10 นาที โดดเด่นด้วยร้านอิซากายะ บาร์คาราโอเกะ และร้านอาหารหลากหลายของโตเกียว ของกินที่แนะนำ ได้แก่ ราเมนและยากินิคุ อาหารนานาชาติ อาหารทานเล่น เช่น ยากิโทริ ปลาย่าง เทมปุระโดยหาทานได้ในร้านอิซากายะซึ่งเป็นร้านกินดื่มสไตล์ญี่ปุ่น นอกจากนั้นยังมีคาราโอเกะบาร์ที่หลายแห่งเสิร์ฟอาหารและเครื่องดื่มควบคู่กับการร้องเพลง

  • ช่วงเวลาแนะนำ : เวลา 18.00-23.00 น. จะเป็นช่วงที่บรรยากาศคึกคักที่สุดซึ่งมีร้านอิซากายะและบาร์เปิดให้บริการทุกที่ จากนั้นหลัง 23.00 น. จะเหลือเพียงร้านคาราโอเกะและบาร์สำหรับผู้ที่ชื่นชอบบรรยากาศสนุกสนานของกลางคืน
  • การเดินทาง : การเดินทางไปย่านของกินโตเกียวแห่งนี้สามารถใช้บริการรถไฟได้หลายสายโดยลงที่สถานีชิบุยะ

4. เอะบิซึ (Ebisu)

อีกหนึ่งย่านหรูในเขตชิบุยะ ในย่านนี้มีพิพิธภัณฑ์ภาพถ่ายที่มีชื่อเสียง เหมาะสำหรับผู้สนใจศิลปะและวัฒนธรรม ทั้งยังเต็มไปด้วยคาเฟ ร้านอิซากายะ และบาร์สำหรับการดื่มพร้อมกับชมบรรยากาศท้องถิ่น โดยอาจจะเริ่มต้นวันด้วยอาหารเช้าในสไตล์ญี่ปุ่นอย่าง White Curry Udon ซึ่งประกอบด้วยแกงกะหรี่และเส้นอุด้งที่ถูกคลุมด้วยมูสเนียนนุ่มทำจากมันฝรั่งบด หรือจะเป็นอาหารเช้าแบบอเมริกัน ก็มีทั้งเบอร์เกอร์ ฮอตด็อก และเฟรนช์โทสต์ เมื่อถึงช่วงค่ำ ก็สามารถเพลิดเพลินไปกับถนนสายดื่มสไตล์เรโทรที่มีร้านอาหารเล็ก ๆ ซึ่งตกแต่งอย่างมีเอกลักษณ์ โดยมีเมนูให้เลือกหลากหลาย เช่น คุชิคัตสึ (ไม้เสียบทอดกรอบ) ยะกิโทริ (ไก่เสียบไม้ย่าง) โอเด็ง โอะโคะโนะมิยะกิ อาหารทะเล และอีกมากมาย

  • ช่วงเวลาแนะนำ : สามารถเที่ยวชมและแวะลิ้มลองอาหารได้ตลอดทั้งวัน
  • การเดินทาง : การเดินทางไปย่านของกินโตเกียวแห่งนี้สามารถใช้บริการรถไฟได้หลายสายโดยลงที่สถานีเอะบิซึ

5. อะเมะโยะโกะ อุเอะโนะ (Ameyoko Ueno)

ตลาดกลางแจ้งซึ่งเป็นแหล่งชอปปิงและจำหน่ายอาหาร สถานที่ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องอาหารสตรีตฟูดและวัตถุดิบสดใหม่แห่งหนึ่งของโตเกียว ของกินที่แนะนำ ได้แก่ ทาโกะยากิ ยากิโทริ โมจิ ขนมและผลไม้ราคาย่อมเยา เช่น สตรอว์เบอร์รี เมลอน ขนมญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม อาหารทะเลสดและแห้ง อาทิ ปลาหมึกแห้ง ปู หอยนางรม ซูชิและซาชิมิจากร้านอาหารเล็ก ๆ และแผงขายปลาดิบ สำหรับวันธรรมดาจะมีผู้คนไม่เยอะนัก

  • ช่วงเวลาแนะนำ : ประมาณ 10.00-12.00 น. แต่ถ้าต้องการพบปะความคึกคักและสัมผัสบรรยากาศตลาด แนะนำช่วง 12.00-18.00 น. ของวันหยุดสุดสัปดาห์
  • การเดินทาง : การเดินทางไปย่านของกินโตเกียวแห่งนี้สามารถใช้บริการรถไฟได้หลายสายโดยลงที่สถานีอุเอะโนะหรือสถานีโอะคะจิมะจิ

6. ชินจุกุ (Shinjuku)

พื้นที่เขตพิเศษซึ่งมีบรรยากาศคึกคักทั้งกลางวัน และกลางคืน เป็นย่านที่ขึ้นชื่อเรื่องอาหารหลากหลายของโตเกียว ของกินที่แนะนำ ได้แก่ แกงกะหรี่ญี่ปุ่นจากร้านนะกะมุระยะ (Nakamuraya Curry) และสไปซ์ฮัต (Spice Hut) ราเม็ง อาหารนานาชาติซึ่งมีทั้งร้านอาหารตะวันตก คาเฟทันสมัย และร้านมิชลินสตาร์ นอกจากนั้นยังมีอิซากายะและบาร์อีกมากมายสำหรับการนั่งดื่มและทานอาหารยามค่ำ

  • ช่วงเวลาแนะนำ : ถ้าต้องการลิ้มลองราเม็งหรือแกงกะหรี่แนะนำให้ไปช่วง 11.00-15.00 น. ถ้าต้องการสัมผัสบรรยากาศยามค่ำ สามารถไปเยือนได้ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไปซึ่งเป็นช่วงที่ชินจุกุคึกคักที่สุด ทั้งร้านอาหาร บาร์ และแสงสีของกลางคืน
  • การเดินทาง : การเดินทางไปย่านของกินโตเกียวแห่งนี้สามารถใช้บริการรถไฟได้หลายสายโดยลงที่สถานีชินจุกุ

7. คาบูกิโจ (Kabukicho)

ย่านบันเทิงยามค่ำคืนที่ใหญ่ที่สุดและมีชื่อเสียงที่สุดในโตเกียว จนได้รับฉายาว่า “เมืองที่ไม่เคยหลับใหล” ย่านแห่งนี้อยู่ใจกลางชินจูกุ ซึ่งมีร้านอิซากายะ บาร์คาราโอเกะ ร้านอาหารนานาชาติ รวมถึงแหล่งบันเทิงอื่น ๆ อีกมากมาย ของกิน โตเกียวที่หาทานได้ง่ายในย่านนี้ คือ ราเม็ง ร้านเนื้อย่าง และหม้อไฟ

  • ช่วงเวลาแนะนำ : ตั้งแต่ 18.00 น. เป็นต้นไป ทั้งนี้แม้จะเป็นเวลาหลัง 23.00 น. ก็ยังมีบาร์ คาราโอเกะ และร้านอาหารเปิดให้บริการถึงเช้า
  • การเดินทาง : การเดินทางไปย่านของกินโตเกียวแห่งนี้สามารถใช้บริการรถไฟได้หลายสายโดยลงที่สถานีชินจุกุ

8. โกลเดนไก (Golden Gai)

ย่านบาร์ และร้านอาหารขนาดเล็กที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ย้อนยุคในย่านชินจูกุ มีลักษณะเป็นตรอกแคบ ๆ ที่มีบาร์มากกว่า 200 แห่ง โดยแต่ละร้านมีที่นั่งเพียง 5–10 ที่เน้นบรรยากาศเป็นกันเอง อัดแน่นไปด้วยบรรยากาศแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมยุค 1950s ด้วยธีมหลากหลาย เนื่องจากบางร้านตกแต่งแนววินเทจ ศิลปะ ดนตรีแจ๊ซ หนังสือ หรือแม้แต่ธีมภาพยนตร์ จึงเป็นแหล่งรวมตัวของนักท่องเที่ยว ศิลปิน และผู้คนที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์การเที่ยวกลางคืนแบบไม่เหมือนใคร

  • ช่วงเวลาแนะนำ : ช่วงเวลาที่คึกคักที่สุดจะเริ่มตั้งแต่ 19.00 น. เป็นต้นไป
  • การเดินทาง : การเดินทางไปย่านของกินโตเกียวแห่งนี้สามารถใช้บริการรถไฟได้หลายสายโดยลงที่สถานีชินจุกุ

9. กินซา (Ginza)

ย่านชอปปิงและแหล่งรวมร้านอาหารหรูหรา ในบรรยากาศทันสมัยซึ่งผสมผสานวัฒนธรรมญี่ปุ่นและสากล อาหารจานเด่นในย่านกินซาของโตเกียวจึงเป็นซูชิระดับมิชลินสตาร์ อาทิ ร้านซุคิยะบะชิ จิโระ (Sukiyabashi Jiro) ร้านซูชิที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลกซึ่งมีเมนูโอมาคาเสะอันเป็นเอกลักษณ์ ร้านคิวเบย์ที่เสิร์ฟโอมาคาเสะคุณภาพเยี่ยม และสามารถจองได้ง่ายกว่าร้านซุคิยะบะชิ จิโร และร้านซูชิ โยชิตะเคะ ร้านซูชิระดับ 3 ดาวมิชลิน โดดเด่นด้วยการบริการที่ใกล้ชิดและเทคนิคการบ่มปลาอันประณีต นอกจากจะมีร้านซูชิขึ้นชื่อของโตเกียว ของกินอื่นที่แนะนำ ได้แก่ เนื้อวากิว เทปปันยากิ วะกะชิหรือขนมญี่ปุ่นดั้งเดิม และขนมฝรั่งเศสสไตล์ญี่ปุ่น

  • ช่วงเวลาแนะนำ : 13.00-17.00 สำหรับการชอปปิงและพักทานขนมในคาเฟ และเวลา 17.00-22.00 น. จะเป็นช่วงเวลาที่ร้านอาหารเปิดให้บริการเต็มที่
  • การเดินทาง : การเดินทางไปย่านของกินโตเกียวแห่งนี้สามารถใช้บริการรถไฟได้หลายสายโดยลงที่สถานีกินซา

10. เมะกุโระ (Meguro)

เป็นย่านที่ขึ้นชื่อเรื่องบรรยากาศสงบ โดยมีไฮไลต์เป็นเทศกาลปลาซันมะที่จัดทุกปีในฤดูใบไม้ร่วง ในงานจะมีการย่างปลาแจกฟรีให้ผู้ร่วมงาน นอกจากอาหารขึ้นชื่ออย่างซูชิ ยังมีเทมปุระและโอมาคาเสะสไตล์ไคเซกิจากร้านอาหารระดับมิชลินที่ชื่อว่า เท็งมะสะ (Tenmasa) โดยเมนูโอมาคาเสะประกอบด้วยซุป ซาชิมิ และเทมปุระ และปิดท้ายด้วยโกมะโดฟุ (เต้าหู้งา) ร้าน Curry Station Niagara ซึ่งเสิร์ฟแกงกะหรี่บนรถไฟจำลองเล็กที่วิ่งผ่านโต๊ะโดยตรง และอุนางิหรือปลาไหลน้ำจืดย่างซึ่งปรุงรสอย่างสมบูรณ์แบบ เสิร์ฟบนข้าวสวยร้อน ๆ จากร้านเรียว (Ryo)

  • ช่วงเวลาแนะนำ : กลางวันถึงบ่ายสำหรับการเดินเล่นริมแม่น้ำและแวะคาเฟ ส่วนช่วงเย็นถึงค่ำเหมาะสำหรับร้านอาหารและบาร์กับดินเนอร์พร้อมเครื่องดื่มเบา ๆ
  • การเดินทาง : การเดินทางไปย่านของกินโตเกียวแห่งนี้สามารถใช้บริการรถไฟได้หลายสายโดยลงที่สถานีเมะกุโระ

11. อิเคะบุคุโระ (Ikebukuro)

เป็นย่านการค้าและความบันเทิงแห่งใหญ่ในโตเกียว ของกินมีหลากหลายและโดดเด่นเรื่องคาเฟธีมอะนิเมะและสัตว์ คนรักแมวจะต้องตกหลุมรักเมื่อเข้าไปในร้าน เนโกะบุโคะโระ (Nekobukuro) ซึ่งคุณสามารถเล่นกับเหล่าแมวได้ไม่จำกัด พร้อมทั้งกดเครื่องดื่มจากตู้ได้ไม่อั้น ในย่านนี้ยังมีร้านอาหารสำหรับผู้ที่ชื่นชอบอาหารวีแกนและเมนูจากพืช ซึ่งมีเบอร์เกอร์ผักให้เลือกถึงสามแบบ ได้แก่ ชีสเบอร์เกอร์ เบอร์เกอร์ไก่เซตัน และเบอร์เกอร์ผักชี ซึ่งสามารถรับประทานคู่กับสลัด ซุปข้น เฟรนช์ฟรายส์ หัวหอมทอด หรือคาราอาเกะเนื้อวีแกน ทั้งยังมีร้านทงคัตสึซึ่งคัดเลือกเนื้อหมูแบรนด์ดังจากทั่วญี่ปุ่นอย่างพิถีพิถัน ใช้การทอดด้วยไฟอ่อนและอุณหภูมิต่ำช่วยรักษารสชาติธรรมชาติของเนื้อ ทำให้แป้งทอดยังคงสีอ่อนสวย พร้อมเก็บความฉ่ำและนุ่มในเนื้อไว้ได้อย่างลงตัว

  • ช่วงเวลาแนะนำ : 11.00-15.00 น. ซึ่งเป็นช่วงเวลาอาหารเที่ยง และในช่วงบ่ายสามารถชอปปิง หรือเข้าไปดื่มน้ำทานขนมในคาเฟ
  • การเดินทาง : การเดินทางไปย่านของกินโตเกียวแห่งนี้สามารถใช้บริการรถไฟได้หลายสายโดยลงที่สถานีอิเคะบุคุโระ

12. อะกิฮะบะระ (Akihabara)

มีชื่อเสียงในฐานะศูนย์กลางของวัฒนธรรมโอตาคุและอิเล็กทรอนิกส์ในโตเกียว จึงมีร้านเมดคาเฟจำนวนมาก ผู้มาเยือนจะได้สัมผัสกับวัฒนธรรม “โอมโอเตะนาชิ” หรือการบริการด้วยหัวใจแบบญี่ปุ่นจากเหล่าเมดน่ารักในชุดยูนิฟอร์มราวกับว่าพวกเธอได้ก้าวออกมาจากโลกอะนิเมะ ย่านอะกิฮะบะระยังมีร้านที่มีชื่อเสียงมากมาย เช่น ร้านทงคัตสึที่ได้รับดาวจากมิชลินซึ่งมีชื่อเสียงเรื่องทงคัตสึเนื้อนุ่มฉ่ำ ร้านราเมนที่ขึ้นชื่อเรื่องน้ำซุปเข้มข้นจากอาหารทะเล ร้านโซบะเก่าแก่ที่มีบรรยากาศย้อนยุค เสิร์ฟเส้นโซบะสดใหม่ทุกวัน รวมถึงร้านเทมปุระที่เปิดมากว่าร้อยปี มีเมนูเทมปุระหลากหลายให้เลือก

  • ช่วงเวลาแนะนำ : การเดินเที่ยวในย่านอะกิฮะบะระสามารถไปได้ตลอดทั้งวัน โดยร้านคาเฟและร้านอาหารจะเริ่มเปิดให้บริการตั้งแต่ 11.00 น. และบางร้านก็เปิดให้บริการถึง 22.00 น.
  • การเดินทาง : การเดินทางไปย่านของกินโตเกียวแห่งนี้สามารถใช้บริการรถไฟได้หลายสายโดยลงที่สถานีอะกิฮะบะระ

13. เรียวโกะคุ (Ryogoku)

เป็นย่านที่มีชื่อเสียงเรื่องซูโม่ ทั้งมีสนามกีฬาแห่งชาติเรียวโกะคุ (Ryogoku Kokugikan Sumo Arena) และพิพิธภัณฑ์เอโดะ-โตเกียว ดังนั้นของกิน โตเกียวที่มีชื่อเสียงของย่านนี้ คือ ชังโกะนาเบะ (Chanko Nabe) หม้อไฟญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม มักประกอบด้วยไก่ อาหารทะเล ผัก เต้าหู้ที่นักซูโม่รับประทานเพื่อเพิ่มพลังงาน นอกจากนั้นยังมีร้านโซบะซึ่งใช้เมล็ดบักวีตคุณภาพสูงในการทำ โดยมีเมนูยอดนิยม ได้แก่ คากิโซบะเย็นและอะนะโกะเทมปุระ (ปลาไหลทะเลทอดกรอบ) รวมทั้งยังมีเกี๊ยวซ่าทอดกระทะรสชาติคลาสสิก ขนมโมจิย่างไส้ถั่วแดง (Anko) และอันมิตสึ (Anmitsu) พาร์เฟต์ญี่ปุ่นที่ประกอบด้วยเจลลี ผลไม้สด ถั่วแดง น้ำเชื่อมหวาน และโมจิ

  • ช่วงเวลาแนะนำ : ควรไปช่วงที่มีการแข่งขันซูโม่ เดือนมกราคม พฤษภาคม และกันยายน เพื่อชมบรรยากาศการแข่งขัน แต่ทั้งนี้ร้านอาหารทั่วไปในย่านจะเปิดประมาณ 11.30-14.00 น. สำหรับมื้อกลางวัน และ 17.00-22.00 น. สำหรับมื้อเย็น
  • การเดินทาง : การเดินทางไปย่านของกินโตเกียวแห่งนี้สามารถใช้บริการรถไฟสายโซบุ (JR Sobu Line) ลงที่สถานีเรียวโกะคุโดยใช้ทางออกทางทิศตะวันตก (West Exit) ใกล้สนามกีฬาแห่งชาติเรียวโกะคุ แต่ถ้าใช้บริการสายโทเอะอิ เอโดะ (Toei Oedo) เมื่อออกทางออก A4 จะใกล้กับพิพิธภัณฑ์ Edo-Tokyo และสนามซูโม่

14. อิตาบะชิ (Itabashi)

เป็นเขตพิเศษของโตเกียวที่โดดเด่นเรื่องเทศกาลดอกไม้ไฟริมแม่น้ำอารากาวะ และพระพุทธรูปโตเกียวไดบุตสึของวัดโจเรนจิ ของกิน โตเกียวที่น่าสนใจในย่านนี้ ได้แก่ ข้าวหน้าเนื้อใส่ต้นหอม และข้าวหน้าหมูซึ่งเนื้อมีความนุ่มและมีรสชาติเข้มข้น ถ้าทานคู่กับไข่ดิบจะเพิ่มรสชาติกับสัมผัสที่กลมกล่อมยิ่งขึ้น นอกจากนั้นยังมีบะหมี่อุด้งที่มีน้ำซุปซึ่งให้ความรู้สึกสดชื่น ช่วยคืนพลัง ทานกับเทมปุระหน่อไม้ที่สอดแทรกรสชาติสาหร่ายหอมกรุ่น เค็มกำลังดี และกรอบอร่อย ที่สำคัญย่านอิตาบะชิยังมีทั้งร้านสเต๊ก ร้านอาหารจีน และร้านอาหารไทยให้เลือกสรร

  • ช่วงเวลาแนะนำ : ตั้งแต่ 8.00-14.00 และมื้อเย็นช่วง 17.00-23.00 น.  
  • การเดินทาง : การเดินทางไปย่านของกินโตเกียวแห่งนี้สามารถใช้บริการรถไฟ JR สายไซเกียวโดยลงที่สถานีอิตาบะชิ

15. อะซะกุสะ (Asakusa)

หนึ่งในย่านเก่าแก่อันเป็นที่ตั้งของวัดเซ็นโซจิ (Senso-ji Temple) ที่ซึ่งมีโคมแดงยักษ์เป็นสัญลักษณ์ และมีถนนนะกะมิเซะ (Nakamise Street) ถนนสำหรับการชอปปิงที่เต็มไปด้วยขนมญี่ปุ่นและร้านขายของฝากของโตเกียว ของกินและขนมแนะนำ ได้แก่ นิงโยะยากิ (ขนมรูปตุ๊กตาไส้ถั่วแดง) และคุคิยะโมจิ เมนไทโกะมันจู คุโรโกะเมะไดฟุกุ และที่ไม่ควรพลาด คือ โอะโคะโนะมิยะกิซึ่งเป็นแพนเค้กญี่ปุ่นแบบเค็มที่ใส่วัตถุดิบหลากหลาย กับมอนจะยากิที่มีความคล้ายคลึงกับโอะโคะโนะมิยะกิ แต่จะใส่ดาชิหรือน้ำซุปญี่ปุ่นลงไปในแป้งมากกว่า ทำให้เนื้อสัมผัสดูเหลวกว่าโอะโคะโนะมิยะกิ และยังมีอุนางิด้งหรือข้าวสวยร้อน ๆ ที่โปะด้วยเนื้อปลาไหลย่าง เมนูที่ทั้งอร่อยและมีคุณค่าทางโภชนาการ

  • ช่วงเวลาแนะนำ : ถ้าต้องการเดินเที่ยวถนนนะกะมิเซะสามารถไปได้ตั้งแต่เช้า สำหรับร้านอาหารจะเปิดช่วง 11.00-14.00 น.
  • การเดินทาง : การเดินทางไปย่านของกินโตเกียวแห่งนี้สามารถใช้บริการรถไฟได้หลายสายโดยลงที่สถานีอะซะกุสะ

การตระเวนชิมอาหารตามย่านของกินโตเกียว ไม่เพียงแต่ทำให้ได้ลิ้มรสเมนูขึ้นชื่อแต่ยังเป็นการเติมเต็มประสบการณ์ในการทัวร์ต่างประเทศ การทัวร์ญี่ปุ่น ส่วนตัวโดยการตามรอยอาหารอร่อยจะทำให้ได้สัมผัสบรรยากาศ วัฒนธรรม และเรื่องราวประวัติศาสตร์ที่แตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ โตเกียวจึงไม่ใช่แค่เมืองแห่งตึกสูงและแหล่งชอปปิง แต่คือสวรรค์ของนักชิมที่พร้อมมอบประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้ทุกการทัวร์ญี่ปุ่น ทุกมื้ออาหารจึงกลายเป็นอีกหนึ่งบทของการผจญภัยอันน่าจดจำ

ติดตามเรา

ติดต่อเรา