ซูโจว หางโจว

ทำไมคนจีนถึงพูดว่า “บนฟ้ามีสวรรค์ บนดินมีซูโจว และหางโจว”

เที่ยวจีนแบบมีเรื่องราว รู้จักซูโจว และหางโจว 2 เมืองงดงามที่ชาวจีนยกให้เป็นดั่ง “สวรรค์บนดิน” เหมาะสำหรับสายเที่ยวจีนที่อยากสัมผัสเสน่ห์อีกมุมของจีน

เมืองแบบไหน…ที่ถูกเปรียบว่าเหมือนสวรรค์บนดิน


จีนมีเมืองใหญ่มากมายที่โด่งดังไปทั่วโลก บางเมืองขึ้นชื่อเรื่องความทันสมัย บางเมืองเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ และบางเมืองก็มีแลนด์มาร์กที่ใครเห็นก็จำได้ทันที แต่มีอยู่สองเมืองที่ได้รับคำชื่นชมแตกต่างออกไป จนเกิดเป็นคำกล่าวที่คนจีนคุ้นเคยกันมานานว่า “上有天堂,下有苏杭” หรือแปลได้ประมาณว่า “บนฟ้ามีสวรรค์ บนดินมีซูโจว และหางโจว” แค่ประโยคนี้ก็ทำให้หลายท่านสงสัยแล้วว่า สองเมืองนี้พิเศษขนาดไหน เพราะการจะถูกเปรียบกับ “สวรรค์” ไม่ใช่เรื่องธรรมดา และเมื่อได้รู้จักทั้ง ซูโจว (SUZHOU) และ หางโจว (HANGZHOU) มากขึ้น ก็ไม่ยากที่จะเข้าใจว่าทำไมคำกล่าวนี้ถึงยังถูกพูดถึงมาจนถึงทุกวันนี้

ซูโจว เมืองที่เสน่ห์อยู่ในความละเมียด

หากพูดถึงเมืองที่สะท้อนความงดงามแบบจีนดั้งเดิม ซูโจวคือหนึ่งในชื่อที่หลายท่านต้องนึกถึง เมืองนี้ขึ้นชื่อเรื่อง สวนจีนโบราณ ลำคลอง สะพานหิน และบรรยากาศที่ค่อย ๆ ทำให้ท่านรู้สึกผ่อนคลาย หลายท่านอาจเคยได้ยินคำว่า “เวนิสแห่งตะวันออก” ซึ่งมักถูกนำมาใช้เปรียบกับซูโจวจากเครือข่ายลำคลองที่พาดผ่านเมือง แต่เสน่ห์ของที่นี่ไม่ได้อยู่แค่ภาพสวย เพราะสวนจีนคลาสสิกหลายแห่งของซูโจวยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO ทำให้การ เที่ยวจีน ที่ซูโจว ไม่ใช่แค่การมาเดินเล่นชมเมือง แต่คือการได้สัมผัสวัฒนธรรมจีนในอีกมุมที่สงบ ละเมียด และเต็มไปด้วยเสน่ห์

หางโจว เมืองที่งดงามจนบทกวียังกล่าวถึง


ถ้าซูโจวคือความสงบ หางโจวคือความงดงามที่มีความโรแมนติกซ่อนอยู่ หัวใจสำคัญของเมืองนี้คือ WEST LAKE (ทะเลสาบซีหู) ทะเลสาบชื่อดังที่ไม่ได้มีแค่ความสวย แต่ยังเต็มไปด้วยเรื่องเล่า บทกวี และประวัติศาสตร์ที่เชื่อมโยงกับวัฒนธรรมจีนมาอย่างยาวนาน ภาพของทะเลสาบกับศาลาจีน สะพานโค้ง ต้นไม้ริมทาง และหมอกบาง ๆ ในบางช่วงเวลา คือเหตุผลที่ทำให้หลายท่านตกหลุมรักเมืองนี้ตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น นอกจากนั้น หางโจวยังขึ้นชื่อเรื่อง ชา LONGJING (หลงจิ่ง) ซึ่งเป็นหนึ่งในชาชื่อดังของจีน จึงทำให้เมืองนี้ไม่ได้มีแค่ธรรมชาติสวยงาม แต่ยังมีเสน่ห์ทางวัฒนธรรมที่ชัดเจนไม่แพ้กัน

มากกว่าความสวย คือความสำคัญของทั้ง 2 เมือง


คำกล่าวที่เปรียบซูโจว และหางโจวว่าเป็น “สวรรค์บนดิน” ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะภาพลักษณ์ทางการท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว แต่สะท้อนถึงบทบาทของสองเมืองนี้ในประวัติศาสตร์จีน ทั้งซูโจว และหางโจวเคยเป็นเมืองสำคัญในแง่เศรษฐกิจ วัฒนธรรม และวิถีชีวิต ซูโจวโดดเด่นด้านงานฝีมือ ผ้าไหม และศิลปะการจัดสวน ขณะที่หางโจวเคยเป็นเมืองหลวงในช่วงหนึ่งของราชวงศ์ซ่งใต้ และเป็นเมืองที่มีความสำคัญอย่างมากในประวัติศาสตร์จีน จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ทั้งสองเมืองจะได้รับการยกย่องในระดับนี้

☀️ ถ้าอยากเที่ยวซูโจว และหางโจว ช่วงไหนดี


หากวางแผน เที่ยวจีน ช่วงที่เหมาะกับการเดินทางไปทั้งสองเมืองคือ ฤดูใบไม้ผลิ (ประมาณมีนาคม–พฤษภาคม)
และ ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน–พฤศจิกายน) เพราะอากาศค่อนข้างสบาย เหมาะกับการ เดินเล่นริมทะเลสาบ ชมสวนจีน ล่องเรือ และใช้เวลาเสพบรรยากาศของเมืองแบบไม่เร่งรีบ โดยเฉพาะช่วงฤดูใบไม้ผลิ ดอกไม้ และต้นไม้ที่เริ่มผลิบานจะยิ่งทำให้บรรยากาศของทั้งสองเมืองสวยเป็นพิเศษ

✨ เมืองที่ไม่ได้ว้าวด้วยความอลังการ…แต่ทำให้คนหลงรักได้ง่าย ๆ

ในยุคที่หลายเมืองแข่งขันกันด้วยตึกสูง แสงสี และความทันสมัย ซูโจว และหางโจวกลับมีเสน่ห์ในอีกแบบ ไม่ใช่เมืองที่ทำให้รู้สึกตื่นตาตื่นใจตั้งแต่วินาทีแรก แต่เป็นเมืองที่ค่อย ๆ ทำให้เรารู้สึกหลงรักจากบรรยากาศ จากความสงบ จากความละเมียด และจากความงดงามที่ไม่จำเป็นต้องหวือหวา จึงไม่แปลกที่ทั้งสองเมืองยังคงอยู่ในลิสต์ของสาย เที่ยวจีน, ทัวร์จีน, ทัวร์จีนแบบส่วนตัว และ ทัวร์จีน 5 ดาว

บางสถานที่ทำให้เราจดจำเพราะความอลังการ แต่บางเมืองกลับน่าจดจำเพราะ “ความรู้สึก” ที่มอบให้ ซูโจว และหางโจวอาจไม่ได้เป็นเมืองที่หวือหวาเหมือนมหานครใหญ่ แต่กลับมีเสน่ห์ที่ทำให้ผู้คนพูดถึงมานานหลายร้อยปี จนเกิดเป็นคำกล่าวที่ยังคงถูกส่งต่อมาจนถึงวันนี้ หากท่านกำลังมองหาการ เที่ยวจีน ที่ให้มากกว่าการเช็กอินแลนด์มาร์กยอดนิยม สองเมืองนี้อาจเป็นคำตอบของการเดินทางที่ทั้งสวย สงบ และน่าจดจำในอีกแบบหนึ่ง 🌸

#เที่ยวซูโจว #เที่ยวหางโจว #เที่ยวจีน #ทัวร์จีน #ทัวร์จีนแบบส่วนตัว #ทัวร์จีน5ดาว #ซูโจว และหางโจว